ร? กลับบ้านไปทำนาเถอะ”
“เจ้าเด็กนี่ พูดแบบนี้ได้ยังไง?” จื้ออวิ๋นว่า
โอวหยางเฟิงหวาดึงเด็กแดงไว้ ก่อนพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านเป็นผู้ใหญ่จะมาทะเลาะอะไรกับเด็ก? ไม่ควรถือสาคำพูดเด็กไม่รู้เหรอ? เด็กน่ะ คิดอะไรก็พูดแบบนั้น ไม่ได้มีความคิดไม่ดีอะไรหรอก”
นี่เท่ากับยอมรับว่าเด็กแดงพูดถูกโดยอ้อม แล้วจื้ออวิ๋นดันโต้กลับไม่ได้ด้วย เอาจริงเอาจรังกับเด็กต่อหน้าคนเยอะแบบนี้มันน่าขายหน้าจริงๆ
นักบวชกับเหล่าแขกที่มองดูรอบๆ ต่างสนทนากันอีก
“เทียบกันสองฝั่งแล้ว เจ้าอ้วนสองคนนี้ตกเป็นรองจริงๆ”
“ใช่…ดูท่าเณรนี่ยังมีความสามารถอยู่บ้าง”
“อย่างน้อยขึ้นได้ก็เอาลงได้”
…….
จื้อเหนิงได้ยินเข้าถึงกับหน้าใกล้จะมืดทึม กัดฟันพูด “ขอถามหน่อยหลวงพี่ อะไรคือวัดใหญ่? อะไรคือวัดเล็ก?” แต่คิดในใจ ‘ถ้าเขาตอบไม่ดีค่อยทำให้เขาอับอายก็คงไม่สาย’
ฟางเจิ้งถึงหมุนตัวกลับมาประนมสองมือ ถามกลับ “วัดมีแบ่งเล็กใหญ่ด้วยหรือ?”
พูดจบฟางเจิ้งก็หมุนตัวจากไป
โอวหยางเฟิงหวากับเด็กแดงอึ้งงันก่อนได้สติกลับมา เด็กแดงหัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ “ใช่ วัดมีแบ่งเล็กใหญ่ด้วยรึ? เจ้ามองว่าวัดคืออะไร? ปากภูเขา? ถ้ำราชาปีศาจรึ? ฮ่าๆ…ยังมีหน้ามาแบ่งเล็ก