กเป็นมิตร สวมจีวรสีเหลือง ในมือถือลูกประคำพวงหนึ่ง ให้ความรู้สึกที่ดี ทว่าฟางเจิ้งมักรู้สึกว่าคนนี้ปลอมมาก…
หลวงจีนอ้วนตัวไม่สูงเดินตามข้างหลัง ตรงคอแขวนลูกประคำหนาพวงหนึ่ง ในมือหิ้วถุงพลาสติกสีดำใบหนึ่ง ดูตุงๆ ไม่รู้ว่าใส่อะไร คนที่พูดก็คือเขา หลวงจีนอ้วนพูดจบยังไม่ลืมกวาดสายตามองฟางเจิ้งอย่างมีเลศนัย ทว่าตอนที่กวาดสายตามองโอวหยางเฟิงหวา แววตาชะงักงันครู่หนึ่งแบบชัดเจน
เดิมทีโอวหยางเฟิงหวาร้อนใจอยู่แล้ว พอถูกคนด่าอย่างกะทันหันก็โกรธ จึงร้องโวยวาย “น่าเสียดายโรงแรมดีๆ แบบนี้ดันให้หมาเข้ามา แถมยังกัดคนเขามั่วซั่วอีก”
พอจื้อเหนิงได้ยินเข้าก็อึ้งงันก่อนได้สติกลับมา นี่ด่าเขานี่! เลยพูดด้วยความโมโห “สีกา ทำไมถึงด่ากราดคนอื่นแบบนี้?”
โอวหยางเฟิงหวาพลันเปลี่ยนเป็นยิ้มน่ารัก ยิ้มหยีตา ถามด้วยความตกใจหลายส่วน “ว้าว ฉันด่าคนเหรอ? ที่แท้คนที่ฉันด่าเป็นคนเหรอเนี่ย? ขอโทษๆ ฉันคิดว่าด่าหมาเสียอีก”
“สีกา…ไอ้” จื้ออวิ๋นโมโหแล้ว อ้าปากจะตะโกน แต่ถูกจื้อเหนิงรั้งไว้เลยกลืนคำพูดตรงริมฝีปากกลับไป
จื้อเหนิงประนมสองมือ แสดงความเคารพฟางเจิ้งกับโอวหยางเฟิงหวา “อมิตาพุทธ อาตมาจื้อเหนิงจากวัดวายุใต้