น แต่ข้ามองอยู่นานแล้ว สตรีพวกนี้ไม่น่ามองเอาซะเลย ท่านดูคนนั้น แขนหนากว่าขาข้าอีก แต่ละคนสู้พี่เฟิงหวาไม่ได้เลย”
แม้เขาจะกดเสียงเบา แต่โอวหยางเฟิงหวายังคงได้ยิน ฟังประโยคหน้ายังรู้สึกมีกลิ่นตุๆ พอฟังข้างหลังถึงกับหน้าทะมึน
ฟางเจิ้งก็หน้าทะมึนเช่นกัน ยกมือขึ้นโขกหัวไปที พูดจริงจังว่า “นับจากวันนี้ไปห้ามเล่นมือถืออีก!”
“ถ้าอย่างนั้นข้า…” เด็กแดงกำลังจะบอกว่าฝนจะไม่ตกอีก
ฟางเจิ้งสวนกลับทันที “ตอนเย็นฝนไม่ตก อาตมาจะสวดมนต์ขอฝนเอง”
เด็กแดงยอมแพ้ในพริบตา…
โอวหยางเฟิงหวาเข้าใจว่าหมายถึงอะไรเช่นกัน จึงพูด “ไต้ซือ เด็กยังเล็กเกินไป อย่าให้แตะมือถือดีกว่า เล่นมากไปจะเรียนรู้แต่สิ่งไม่ดีได้ง่ายๆ”
ฟางเจิ้งเห็นด้วยอย่างยิ่ง เด็กแดงมองบนไปที “ใครเด็ก?”
เห็นเด็กแดงร้อนใจ โอวหยางเฟิงหวาหัวเราะคิกๆ “จิ้งซิน พี่จะซื้อของอร่อยให้เอาไหม?”
“เอา!” เด็กแดงตอบโดยพลัน
“เรียกพี่สาวสิ เดี๋ยวพาไป” โอวหยางเฟิงหวาพูด
“พี่สาว” เด็กแดงพูดโดยไม่มีแรงกดดันแม้แต่น้อย
ฟางเจิ้งหมุนตัวกลับ น่าขายขี้หน้า เจ้าคนไร้ยางอาย เขาไม่ต้องการแล้ว!
โอวหยางเฟิงหวาลากเด็กแดงไปซื้อของกินอย่างมีความสุข ไม่นานเด็กแดงกอดข้าวโพดต้มฝักหนึ่งมา ในมื