“ถุย! แกน่ะเหรอคนดี? ฉันก็ไม่ต่างกันหรอก! ถึงยังไงฉันก็เท่ที่สุด!” เสียงเฉินเหว่ยดังขึ้น
“อย่าโวยวายน่า ฉันพูดจริงนะ ช่วยคนอื่นมันฟินจริง เอ่อ ฉันขอเสนอว่าจากนี้ทุกสัปดาห์พวกเราทำความดีบ้างเป็นไง? เห็นว่ามีอาสาสมัครเพื่อสังคมอะไรนั่นอยู่นี่ พวกเราไปทำกันไหม” หวังคุนชักชวน
“ฉันว่าโอเค!” เฉินเหว่ยพูด
จากนั้นเป็นเสียงเด็กสาว “ฉันเห็นด้วย!”
“ฉันก็เห็นด้วย!”
………..
ฟางเจิ้งฟังเสียงเด็กหนุ่มเด็กสาวเหล่านี้พลางประนมสองมือ สวดไปบทหนึ่ง “อมิตาพุทธ ประเสริฐๆ!”
แทบเป็นขณะเดียวกัน ฟางเจิ้งเปิดประตูไร้ลักษณ์กลับภูเขาเอกดรรชนี เขามาบ้านสกุลหวังเพียงเพื่ออยากดูว่าหวังคุนเติบโตแล้วหรือไม่ ตอนนี้ดูๆ แล้วเขาคงคิดมากไป เด็กหนุ่มเด็กสาวพวกนี้ดีกว่าที่เขาคิด ไม่ต้องเป็นห่วงเลย
ครั้นได้ยินเสียงสวดของฟางเจิ้ง พวกหวังคุนพลันเปิดประตูตามหา น่าเสียดาย เสียงสวดยังดังก้อง แต่คนไม่อยู่แล้ว
หลังส่งทุกคนกลับ หวังคุนกลับบ้านไปจัดการห้อง ตอนจัดห้องที่ฟางเจิ้งเคยอยู่นั้นก็พบสิ่งที่น่าตกใจ หัวเตียงมีจดหมายฉบับหนึ่ง พอเปิดอ่านก็เห็นด้านบนเขียนไว้ว่า ‘พบกันมีวาสนาต่อกัน วันพุธให้ประสกพาพวกเพื่อนๆ ไปดูบาสที่สนามกีฬา