ยจึงบอกว่า “หลู่เจิ้งสู้ๆ เริ่มพรุ่งนี้เลย พวกเรามาเล่นบาสด้วยกันอีก”
หลู่เจิ้งพยักหน้าตอบตกลง
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไป ฟางเจิ้งเข็นหลู่เจิ้งไปใต้ตึก พูดยิ้มๆ ว่า “จะขึ้นไปเองหรือให้อาตมาเข็นขึ้นไป?”
“ผมขึ้นไปเอง!” หลู่เจิ้งตอบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ฟางเจิ้งยิ้ม เขาไม่ได้อยากให้หลู่เจิ้งขึ้นไปเองจริงๆ แต่เพียงแค่อยากเห็นว่าหลู่เจิ้งมีความมั่นใจและมุ่งมั่นที่จะสู้อีกครั้งจริงๆ หรือไม่! ตอนนี้ดูแล้วเขาคงคิดมากไป
ลงตึกง่าย ขึ้นตึกยาก หลู่เจิ้งเพิ่งใช้แรงมาจนหมดแล้วจะไปขึ้นได้อย่างไร? สุดท้ายฟางเจิ้งยกหลู่เจิ้งขึ้นไป หลู่เจิ้งมองฟางเจิ้งด้วยใบหน้าแดงๆ ว่า “ขอบคุณครับ…”
“อมิตาพุทธ ประสกไม่ต้องอาย อย่าว่าแต่ประสกเลย คนส่วนใหญ่ก็นั่งรถเข็นขึ้นบันไดไม่ได้ แต่อาตมาเชื่อว่าอีกไม่นานประสกจะไม่ต้องใช้มันแล้ว” ฟางเจิ้งพูดพร้อมตบไปที่รถเข็น
หลู่เจิ้งพยักหน้าอย่างมั่นใจ
ชั่วขณะนี้เอง ซูอวิ๋นกับหลู่ฮุยกลับมาแล้ว พอเจอหน้ากัน หลู่เจิ้งเอ่ยทันที “พ่อ แม่…”
“ฮ่าๆ…หลู่ฮุย คุณได้ยินไหม? เสี่ยวเจิ้งเรียกพวกเราด้วย ฮือๆๆ…เรียกพวกเราแล้ว…ฮือๆ…” ซูอวิ๋นที่หวั่นไหวง่ายกอดบ่าหลู่ฮุยและร้องไห้อีกครั้ง
หลู่ฮุยเกร็งหน้าพลางต่อว่