ื่อน!” พวกเฉินเหว่ยกับหวังคุนเห็นแบบนั้นก็พากันเดินเข้ามาแสดงความยินดี
เฉินเหว่ยกอดบ่าหลู่เจิ้งพลางว่า “เพื่อน สู้ๆ ขอให้หายไวๆ พวกเราจะได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน!”
“เฉินเหว่ย แกไปให้พ้นเลย ฉันเจอหลู่เจิ้งก่อน ก็ต้องเข้าทีมฉันสิ!” หวังคุนร้องโวย
“ไอ้บ้า! อย่างน้อยตอนนี้เขาก็อยู่ทีมฉัน! อีกอย่างฉันชนะ! ไหนคุยกันแล้วว่าใครชนะคนนั้นเป็นใหญ่! จะบอกให้นะ หลู่เจิ้งไม่ใช่แค่ลูกทีมฉัน แต่วันนี้นายจะต้องเลี้ยงข้าวด้วย!” เฉินเหว่ยหัวเราะเบาๆ
หวังคุนมองค้อนเขาไปที “ถือว่านายชนะ!”
พอเห็นว่าเจ้าสองคนนี้ทะเลาะกันเพราะแย่งตัวเอง แถมยังสัมผัสได้ถึงมิตรภาพในคำหยาบ หลู่เจิ้งถึงกับหัวเราะ
“เอาล่ะ หลู่เจิ้งเพิ่งยืนได้ ร่างกายไม่ควรเหนื่อยเกินไป ให้เขาพักก่อนสักหน่อยเถอะ” ฟางเจิ้งพูดขัดทุกคน
แม้หลู่เจิ้งจะทำใจจากไม่ได้ แต่ก็มองฟางเจิ้งด้วยความซาบซึ้งใจ เขาไม่ใช่คนโง่ หวังคุนและเฉินเหว่ยไม่ได้มาเล่นบาสเป็นครั้งแรก แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มจากที่ฟางเจิ้งมาทานข้าวที่บ้านเขา นี่อธิบายทุกอย่างแล้ว อีกอย่างหลังจากตื่นเต้นมากเกินไป ตอนนี้เขาเหนื่อยเล็กน้อย อยากจะพักผ่อน
ทุกคนเข้าใจเหตุผลนี้ หวังคุนกับเฉินเหว่