นๆ
ทว่าพวกเขาพูดคุยกันเสียงเบามาก หลู่เจิ้งกำลังมัวเมาอยู่ในความสุขของการแสลมดังก์อย่างสิ้นเชิง จึงไม่ได้ยินอะไรเลย
ฟางเจิ้งได้ยินเข้าก็หน้าแดงนิดๆ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาที่รีบมาอยู่ใต้แป้นบาสรับหลู่เจิ้งเอาไว้
ตอนนี้ หลู่เจิ้งเพิ่งได้สติกลับมา มองฟางเจิ้งด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ไต้ซือ…ผะ…ผมแสลมดังก์”
“อืม แสลมดังก์ รบกวนประสกส่งห่วงบาสให้อาตมาด้วย?” ฟางเจิ้งมองหลู่เจิ้งด้วยความขมขื่น
หลู่เจิ้งถึงเพิ่งรู้ว่าเขาใช้แรงทุ่มลูกทั้งหมดจนห่วงหลุดลงมาด้วย! ใบหน้าเล็กแดงก่ำ มองไปรอบๆ ด้วยความเก้อเขินอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่าเขตเล็กเยียนกว่างเป็นสนามบาสที่ใกล้กับโรงเรียนที่สุด ทว่าเขตเล็กเยียนกว่างเป็นเขตโรงเรียนเก่า อยู่มานานมากแล้ว พวกอุปกรณ์สาธารณะเหล่านี้ขาดการบำรุงไปนานหลายปี ด้วยความที่ลมพัดและฝนตกเลยเสื่อมข้างใน ทว่าอย่างน้อยก็ยังใช้ได้ ยังเล่นได้…
ครั้งนี้จบเห่แล้ว เขาหักห่วงลงมา จากนี้ทุกคนไม่ต้องเล่นกันแล้ว
ฟางเจิ้งมองห่วงบาสในมือพลางตบๆ หลู่เจิ้ง “ยินดีด้วย ประสกยืนเองได้แล้ว”
หลู่เจิ้งอึ้งงัน ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าฟางเจิ้งปล่อยมือนานแล้ว! เขายืนได้ด้วยกำลังของตัวเอง ยืนขึ้นแล้ว!
“ยินดีด้วยเพ