ในตอนนี้ มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นอีกครั้ง หลู่เจิ้งได้ยินและมองไป ก็พลันชะงักอยู่กับที่!
เขาเห็นเด็กกลุ่มใหญ่กำลังเล่นบาสในสนาม เล่นกันอย่างบ้าคลั่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลอยขึ้นทุ่มลูกสองมือพร้อมส่งเสียงตะโกน! หลู่เจิ้งรู้จักเขา นั่นคือหวังคุน เจ้านี่จะถูกด่าอยู่ใต้ตึกนี้ทุกวัน แต่ก็เล่นบาสได้เก่งมากจริงๆ
แทบเป็นขณะเดียวกัน เฉินเหว่ยที่สูงร้อยเก้าสิบกว่ากระโดดขึ้นตามพร้อมตะเบ็งเสียง โบกมือใหญ่เหมือนพัดใบปาล์มเข้าไปขวาง!
ทว่าหวังคุนหมุนตัวกลางอากาศ ส่งบอลไป เพื่อนในทีมรับบอลแล้วชู้ตไปที่ห่วง!
ปึก!
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจคือ เพื่อนในทีมคนนั้นเพิ่งชู้ตบาสก็ถูกร่างสีขาวขวางไว้! พอมองดีๆ นั่นคือสุนัขตัวใหญ่สีขาว! มันกระโดดลอยขึ้นเอาหัวชนลูกบาสลอยไป
“บรู๊ว!” สุนัขตัวใหญ่สีขาวแหงนหน้าหอนเสียงลากยาว ราวกับกำลังร้องตะโกน
หวังคุนเห็นแบบนั้นก็โกรธ ทว่าก็จนปัญญาด้วย ด่าทอเสียงดังไปว่า “เจ้าหมาขาวแกใช่ตัวหมัดรึเปล่าเนี่ย? กระโดดสูงอะไรขนาดนั้น กินพลุจรวดเป็นอาหารรึไง?”
หลู่เจิ้งตาค้าง สุนัขเล่นบาสได้? นี่…มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! ไม่มีมือยังเล่นบาสได้?
หลู่เจิ้งมองหวังคุนอีกที แววตาเขาเร่าร้อนอย่างยิ่ง แสลมดังก์เชียวนะ นั่นคือสิ่งที่เขาเฝ้าปรารถนามาตลอด น่าเสียดาย ต่อให้เป็นตอนที่ขาสองข้างยังดีก็ยังกระโดดไม่สูงขนาดนั้น เขารักการเล่นบาส แต่ไม่ได้รักถึงขั้นเล่นชำนาญ
หลู่เจิ้งไม่เดินหน้าต่อ แต่มองด