ูอยู่ในมุมเงียบๆ เขาชอบความรู้สึกที่ไม่มีใครสนใจเขา แต่ตัวเองได้ดูบาสอย่างจริงจัง
การแข่งขันบาสดำเนินต่อไป ครั้งนี้หลู่เจิ้งตะลึงค้างไปแล้ว หมาป่าเดียวดายไม่มีมือจริงๆ ทว่าเจ้านี่ไม่เลี้ยงบาสเลย แต่วิ่งไปมารอบๆ อาศัยความเร็วและแรงดีดตัวขวางการส่งบาสของทีมหลังคุนไว้ลูกแล้วลูกเล่า ทำให้ไม่อาจบุกได้อย่างเต็มที่ จนพวกหวังคุนร้องโอดครวญไม่หยุด
แต่ทีมของเฉินเหว่ยดีใจมาก บุกเป็นทีมหลายครั้งจนพวกหวังคุนได้แต่ถอยไปเรื่อยๆ
หลู่เจิ้งปิดปากไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่าสุนัขตัวหนึ่งจะพลิกเกมได้
ทีมหวังคุนกับเฉินเหว่ยไม่ได้แข่งกันครั้งสองครั้ง ทุกครั้งจะสูสีกัน แต่ครั้งนี้เป็นแบบนี้ไปได้ เขาเลยรู้สึกเหลือเชื่อ
หลู่เจิ้งออกมาแล้ว ฟางเจิ้งทำหน้าส่งสัญญาณให้หวังคุน หวังคุนกับเฉินเหว่ยต่างเข้าใจในฉับพลัน
เริ่มส่งบอลอีกครั้ง หวังคุนเลี้ยงบาสอย่างบ้าคลั่งตลอดทาง ผ่านคนไป กระโดดขึ้น “เฉินเหว่ย เก่งจริงก็มาบล็อกฉันอีกทีสิ!”
“มาก็มา!” เฉินเหว่ยกระโดดขึ้นตาม เหวี่ยงฝ่ามือใหญ่ฟาดเข้าไป!
ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่น เฉินเหว่ยตบลูกบาสลอยสูงวิ่งเป็นเส้นโค้งสวยงามไกลออกไป สุดท้ายตกลงตรงหน้าหลู่เจิ้งดังปัง ก่อนกระเด้งอีกรอบ…ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพระเจ้าช่วยหรือไม่ ลูกบาสเด้งมาอยู่ในอ้อมอกหลู่เจิ้ง!
หลู่เจิ้งใช้สองมือคว้าลูกบาสไว้โดยไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกที่ห่างเหินมานาน! เมื่อสัมผัสผิวเว้านูนไม่ราบเรียบบนล