เขาเองก็รู้ว่าเมื่อวานฟางเจิ้งมาที่บ้านตน เพียงแต่ไม่อยากออกมาดูเท่านั้น
ตอนนี้จู่ๆ เห็นสุนัขตัวใหญ่สีขาวนั่นอยู่หน้าประตูจึงตกใจจริงๆ ทว่าพอเห็นเป็นตัวนี้ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก เพราะสุนัขตัวนี้ดูไม่มีพิษมีภัย แถมยังส่ายหางให้เขาอีกด้วย ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายเขาเลย…
“หมา…พี่หมา ฉันแค่อยากลงไปใต้ตึก” หลู่เจิ้งไม่รู้ควรจะพูดอะไรกับสุนัขตัวนี้ แต่ก็ยังเอ่ยไปประโยคหนึ่ง ถือว่าเสริมความกล้าให้ตัวเอง
ผลคือสุนัขตัวนี้เหมือนฟังเข้าใจ มันยืนขึ้นและหลีกทางให้
หลู่เจิ้งโล่งอก ค่อยๆ เข็นรถเข็นผ่านข้างกายสุนัขตัวใหญ่สีขาว ทว่าเขาต้องชะงักอีกครั้ง บ้านพวกเขาอยู่ชั้นสอง ไม่สูงก็จริง แต่ถ้าจะลงไปต้องลงบันได! ระหว่างบันไดมีหน้าต่างเช่นกัน แต่ทิศไม่ได้หันไปทางสนามบาส ถ้าเขาอยากดูบาสก็ต้องลงตึกไป
หลังจากมั่นใจว่าสุนัขตัวใหญ่สีขาวไม่ทำร้ายตนแล้ว หลู่เจิ้งมองบันไดสูงชันด้วยความลังเลเล็กน้อย สูงเกินไป ชันเกินไป เขาไม่มีขา มีเพียงรถเข็น รถเข็นก็มีแค่ล้อรถ ขืนไม่ระวังจะกลิ้งตกลงไปได้…คิดถึงตรงนี้ หลู่เจิ้งเกิดความกลัวนิดๆ แล้ว
ตอนนี้เอง มีเสียงโห่ร้องดังมาจากข้างนอก เหมือนจะลงสนามกันแล้ว!
หัวใจของหลู่เจิ้งเร่าร้อนขึ้นตาม เขาอยากจะไปดูแข่งบาส! ไม่อยากนั่งอยู่ในห้องตลอด! เขาอยากไป!
ความคิดนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภายในใจ ทว่าหลู่เจิ้งมองบันไดสูงชันและเกิดความลังเลอีกครั้ง
บันไดชันเกินไป เราไม่มีขา ลงไปไม่ได้!
ไม่ใช