ในความเป็นจริงก็เป็นแบบนี้ เมื่อมีเพื่อนในชั้นเรียนถูกคนชั้นเรียนอื่นรังแก สุดท้ายคนที่ออกไปช่วยคือเพื่อนแถวสุดหลังสุด เอ่ยโดยใช้คำพูดพวกเขาคือ ‘นักเรียนห้องเรา พวกเรารังแกได้ คนอื่นห้ามแตะ!’
ดังนั้นถึงได้พูดว่าความดีเลวของคนจะแบ่งแยกตามผลการเรียนไม่ได้
คิดถึงตรงนี้ ฟางเจิ้งยิ้มดีใจกว่าเดิม และเล่าแผนการให้หวังคุนฟัง หวังคุนคิดๆ แล้วก็เสริมให้อีกหลายจุด สองคนเดินไปพลางปรึกษาไปพลาง จนท้ายที่สุดมีแผนการสมบูรณ์แบบ จากนั้นหวังคุนวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ปิดทีวีและเครื่องเสียง ลากคนกลุ่มใหญ่ไปคุยเรื่องนี้ สุดท้ายเห็นด้วยกันทุกคน!
ฟางเจิ้งมองเด็กหนุ่มเลือดร้อนและเด็กสาวกลุ่มนี้ ภายในใจเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง! ขณะเดียวกันยังมีเสียงตะโกนดังในใจยิ่งกว่าเดิม ‘ใครบอกว่ายุคของหนุ่มสาวชาวจีนจบสิ้นแล้ว? จบกับบิดาแกสิ!’
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันใหม่มาถึง
หลู่ฮุยนั่งไม่เป็นสุขจนเดินไปมาในห้องรับแขก สุดท้ายกัดฟันพูดว่า “ซูอวิ๋น เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ”
“หา? แล้วเสี่ยวเจิ้งจะทำยังไง” ซูอวิ๋นตะลึงงัน
หลู่ฮุยตอบ “ไม่เป็นไร ไปเถอะ ผมจะรอใต้ตึก”
เอ่ยจบหลู่ฮุยจึงลงตึกไป เมื่อลงมาก็เห็นพวกหวังคุนมาถึงแล้ว หลังจากตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งถึงกัดฟันเดินเข้าไป
เห็นหลู่ฮุยเดินเข้ามา พวกหวังคุนกับเฉินเหว่ยทำอะไรไม่ถูกนิดๆ พวกเขาไม่ได้ถูกหลู่ฮุยไล่แค่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับหลู่ฮุยจะรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เกิดคว