ามรู้สึกกดดัน
ชั่วขณะที่ทุกคนทำอะไรไม่ถูกนั้น หลู่ฮุยมาอยู่ตรงหน้าหวังคุนกับเฉินเหว่ย พลันโค้งตัวเก้าสิบองศาแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณพวกเธอมาก เมื่อก่อนฉันเป็นคนผิดเอง”
พอเห็นดังนั้น และได้ยินคำขอโทษจากหลู่ฮุย พวกหวังคุนกับเฉินเหว่ยต่างงุนงง นี่มันเรื่องอะไรกัน? แต่ไม่นานพวกเขาก็ตั้งสติได้ รีบหลบออกไป พวกเด็กสาวเข้าไปประคองหลู่ฮุย
หวังคุนพูดพลางเกาหัวอย่างอักอ่วน “คุณอาอย่าพูดแบบนี้เลย ก่อนหน้านี้พวกเราก็ทำไม่ถูกเหมือนกัน”
เฉินเหว่ยพยักหน้าตามราวกับนกน้อยจิกข้าว “อืมๆๆ…”
เห็นท่าทางทึ่มๆ ของเฉินเหว่ยแล้ว ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ บรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตอนแรกพลันหายไปกับอากาศ
“คุณอา ออกไปเดินเล่นกับป้าเถอะค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็หลบไปก็ได้ ที่เหลือให้พวกเราจัดการเอง” เด็กสาวผมเปียหางม้าพูด
“ขอบคุณพวกเธอด้วยนะ” ในใจหลู่ฮุยนึกปลงอนิจจังนัก ก่อนหน้านี้เขาไม่เป็นมิตรกับเด็กพวกนี้ ไม่ว่ามันจะเกิดจากความคิดอะไร เขาก็เห็นแก่ตัวและไร้เหตุผลเกินไป ถึงตอนนี้เด็กพวกนี้กลับช่วยเหลือเขาโดยไม่ถือสาเรื่องเมื่อก่อน นี่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตบนหลังสุนัขมาหลายสิบปี เกิดความละอายใจในตัวเอง เมื่อก่อนเขามองพวกหวังคุนเป็นกลุ่มนักเรียนอันธพาลที่ไม่ร่ำเรียนหนังสือ ตอนนี้มองอีกครั้ง เขารู้สึกแค่ว่าหน้าแดง…แค่เห็นแก่เล่นก็ไม่ใช่เด็กดีแล้วหรือ? เห็นได้ชัดว่าคำตอบคือไม่แน่นอน!
ซูอวิ๋นผลักประตูห้องหลู่เจิ