ซูอวิ๋นหัวเราะเบาๆ ตักน้ำชามเล็กวางไว้บนพื้น หมาป่าเดียวดายรีบวิ่งเข้ามาดื่มทันที ใช้ลิ้นเลียน้ำเสียงดัง ส่งเสียงไม่เบาเลย
ซูอวิ๋นกำลังยุ่งกับการทำอาหาร จึงตรงไปห้องครัว ตอนนี้ในห้องรับแขกเหลือฟางเจิ้งผู้มีใบหน้าสุภาพกับหลู่ฮุยที่สีหน้าเย็นชา คิ้วขมวดแน่น บรรยากาศพลันชวนอึดอัดนิดๆ
นั่งไปได้ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลู่ฮุยก็เอ่ยขึ้น “เณร เมื่อกี้ท่านดูบาสใต้ตึกใช่รึเปล่า เมื่อวานท่านก็อยู่ด้วยนี่?”
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย “อาตมาอยู่จริงๆ”
“ท่านมีเวลาไม่กินเจ แต่ไปดูแข่งบาส?” หลู่ฮุยยิ้มเยาะ ในมุมมองเขา มีโอกาสสูงที่เณรตรงหน้าจะเป็นหลวงจีนปลอม ต่อให้เป็นหลวงจีนจริงก็ไม่ใช่หลวงจีนที่ดี ไม่อย่างนั้นจะมีเวลามาดูแข่งบาสหรือ?
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “อาตมาลงเขามาครั้งนี้เพื่อดูโลก ดูวิถีชีวิตคนที่หลากหลาย สนามบาสก็เป็นหนึ่งในชีวิตคน ถ้าสนใจก็ย่อมดูอยู่แล้ว อีกอย่างสิ่งที่สวยงามจริงๆ มักจะไม่ได้อยู่ที่สนามบาส”
“อ้อ? ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากรู้แล้ว สิ่งสวยงามไม่ได้อยู่บนสนามบาส แล้วมันอยู่ที่ไหน?” หลู่ฮุยเห็นคำพูดฟางเจิ้งน่าสนใจ จึงถามด้วยความแปลกใจ
ฟางเจิ้งพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า “ย่อมเป็นนอกสนามบาส ในใจของคน”