หลู่ฮุยตะลึงงัน พูดอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “ท่านจะบอกว่าผมไม่ควรไล่พวกเขาเหรอ ท่านจะรู้อะไร!”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ประสกเป็นอย่างไร เกี่ยวอะไรกับอาตมา?”
หลู่ฮุยงุนงง “ท่านหมายความว่าไง?”
ฟางเจิ้งยิ้มแต่ไม่ตอบ หลู่ฮุยมองฟางเจิ้งด้วยความฉงน เขาไม่เข้าใจว่าเณรนี่จะขายยาอะไรในน้ำเต้ากันแน่
ตอนนี้เอง ซูอวิ๋นยกกับข้าวออกมา เป็นผักสด ไม่มีเนื้อ ดูแล้วฐานะของพวกเขาคงไม่ค่อยดีนัก ซูอวิ๋นกล่าวว่า “ไม่มีกับข้าวอะไรนะคะ หลวงพี่อย่าถือโทษเลย”
ฟางเจิ้งรีบยืนขึ้นประนมสองมือ “อมิตาพุทธ สีกาให้ข้าวอาตมาคำหนึ่ง นั่นคือบุญกุศลยิ่งใหญ่แล้ว อาตมาจะไปถือโทษได้ยังไง”
ซูอวิ๋นถึงค่อยไปห้องครัวอย่างสุขใจ และเตรียมอย่างอื่นต่อ
ฟางเจิ้งนั่งลง หลู่ฮุยกล่าวว่า “ต้นปีนี้เห็นนักบวชมาบิณฑบาตไม่น้อย แต่มีหลายรูปถูกตำรวจจับไปแล้ว ผมได้ยินมาว่าพุทธศาสนาแบ่งเป็นมหายานกับหินยาน พุทธมหายานกลับใจคน หินยานกลับใจตัวเอง พุทธมหายานไม่บิณฑบาต หินยานบิณฑบาต มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ เณร ท่านเป็นพุทธหินยานเหรอ?”
คำถามรัวมาเป็นชุด เห็นได้ชัดว่าหลู่ฮุยเข้าใจพุทธศาสนาอยู่บ้าง อีกทั้งยังดาหน้าเข้าปะทะ เผยประกายคมกริบออกมา ชี้ตรงไปที่ฟางเจิ้ง ในประเทศจีน