จิ้งถอนหายใจบอก “ไม่ใช่ทุกคนที่ฝึกถึงขั้นนี้ได้ ความคิดต่างกัน จึงยากจะเลี่ยงจุดที่ไม่ชอบใจ เลี่ยงไปก็พอแล้ว”
หลู่ฮุยได้ยินเข้าก็ยิ้ม เขาเริ่มเชื่อว่าฟางเจิ้งคือหลวงจีนจริงๆ แล้ว เพราะเขาพบว่าเวลาหลวงจีนตรงหน้าพูด ดวงตาจะใสกระจ่างยิ่ง ไม่มีสิ่งเจือปนใดเลย คำที่พูดก็ออกมาจากใจจริง เขาเพิ่งเคยเจอคนที่บริสุทธิ์แบบนี้เป็นครั้งแรก
ตอนนี้เอง ซูอวิ๋นยกกับข้าวมาอีกจาน พูดยิ้มๆ ว่า “คุยอะไรกันอยู่ คุยกันสนุกเชียว?”
หลู่ฮุยยิ้มนิดๆ อย่างที่พบเห็นได้ยาก “คุยกับหลวงพี่เรื่องพุทธศาสนานิดหน่อย”
ซูอวิ๋นมองหลู่ฮุยด้วยความตกใจ เธอไม่ได้เห็นหลู่ฮุยยิ้มมานานมากแล้ว ก่อนจะมองๆ ฟางเจิ้งอีกครั้ง ถูกชะตาฟางเจิ้งยิ่งกว่าเดิม! ซูอวิ๋นพูดว่า “ที่บ้านยังมีกับข้าวอีกหน่อย ฉันจะไปเอามา สองคนคุยกันต่อเถอะ”
พูดจบ ซูอวิ๋นก็เดินไป
หลู่ฮุยมองฟางเจิ้งพร้อมพูดขึ้น “หลวงพี่ ตามที่ผมรู้มา พุทธสมาคมห้ามนักบวชบิณฑบาตทุกทางไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้ท่านมองยังไง?”
ฟางเจิ้งยิ้ม “เป็นเรื่องดี”
“เอ่อ…ถ้าเป็นเรื่องนี้ แล้วทำไมท่านถึงมาบิณฑบาต?” หลู่ฮุยมองฟางเจิ้งด้วยความไม่เข้าใจ
ฟางเจิ้งมองหลู่ฮุยพลางหัวเราะเบาๆ “ประสก รู้ถึงความต่างระหว่างบิณฑบาตก