เซี่ยเหมิ่งกลืนคำพูดตรงริมฝีปากกลับไปทันที ด้วยความจำใจ จึงได้แต่พาหลินเหล่ยกับหลินอิ๋งไปนั่งรอข้างๆ เสียเลย ทว่าเซี่ยเหมิ่งกลับไม่อยู่เฉย เขาเดินไปรอบๆ หนึ่งรอบ มั่นใจมากว่าเบาะแสทั้งหมดขาดที่ตรงนี้แล้วถึงนั่งลงอย่างสงบ เพียงแต่แววตาที่มองฟางเจิ้งจะมีความรู้สึกเหมือนมองฆาตกรตลอด ระแวงฟางเจิ้งกับเด็กแดงมาก
เห็นดังนั้น เด็กแดงเพียงแค่ยิ้ม ก่อนอ้อมไปหลังหินก้อนใหญ่ พูดเบาๆ ว่า “อาจารย์ ศิษย์ทำได้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ฟางเจิ้งแอบยกนิ้วโป้งให้เขา
เด็กแดงหัวเราะเบาๆ “อาจารย์ ท่านจะเสแสร้งไปนานเท่าไร นั่งนานแล้วท่านไม่ปวดก้นรึ?”
เด็กแดงไม่พูดก็แล้วไป แต่พอพูด ฟางเจิ้งรู้สึกว่าหินใต้ก้นแข็งจริงๆ นั่งครู่เดียวไม่เป็นไร แต่นั่งนานเข้าก็เจ็บก้นอยู่นิดๆ นั่งขัดสมาธินานๆ จะไม่สบายขา โดยเฉพาะดวงอาทิตย์ด้านหลังศีรษะ สาดแสงจนศีรษะข้างหลังเหมือนหลอดไฟแปดสิบวัตต์ ที่สำคัญคือใกล้จะเผาฟิวส์ข้างในแล้ว…
แต่ฟางเจิ้งเข้าใจว่าจะตื่นมาตอนนี้ไม่ได้ ในเมื่อหลินจื้อเฉิงชอบทำร้ายป่าเขาขนาดนั้น เขาก็จะให้อีกฝ่ายได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่ถูกทำร้ายบ้าง!
เนื้อแท้ของฟางเจิ้งไม่ถือว่าเป็นนักบวชชั้นสูงที่แท้จริง เขาไม่คัดค้านการล่าสัตว