็คืนพลังให้ข้า ข้าจะช่วยท่านจับเขาเอง แล้วจัดการหนักๆ สักยก เป็นอย่างไร?” เด็กแดงอาสารับหน้าที่เองทันที
ฟางเจิ้งตอบ “ถ้าให้นายลงมือทุกอย่าง แล้วอาจารย์จะทำอะไร”
ในใจกลับคิดว่า ‘ให้นายทำแล้วอาจารย์จะไปเอาบุญกุศลจากไหน ไม่มีบุญกุศลแล้วจะสึกได้ยังไง?’ แต่พอนึกถึงโจรลักลอบล่าสัตว์พวกนี้แล้ว ฟางเจิ้งกลับอารมณ์ไม่ดีนัก ไอ้พวกลักลอบล่าสัตว์ไม่มีขีดจำกัดล่างพวกนี้ ไม่ปล่อยแม้กระทั่งสัตว์ที่กำลังให้นม จิตใจคนพวกนี้ดำมืดแล้ว
ความจริง คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่รู้ว่ามีโจรลักลอบล่าสัตว์ เพียงแต่ว่าพวกลักลอบล่าสัตว์แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกดี บรรพบุรุษพวกเขาคือนายพราน สืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นๆ คนพวกนี้อาศัยภูเขาเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่เคยกินจนหมดภูเขา พวกเขามีความเข้าใจต่อภูเขาเหมือนหลังบ้านตัวเอง สัตว์ชนิดไหนเยอะสัตว์ชนิดไหนน้อยล้วนรู้แน่ชัด พวกเขาจะลงมือกับสัตว์ที่มีปริมาณเยอะ ทั้งยังไม่จับมั่ว ฆ่ามั่ว และจะมีกฎเยอะมาก คนเหล่านี้ไม่ได้ทำลายระบบนิเวศของภูเขา
การคงอยู่ของพวกเขาเหมือนกับส่วนหนึ่งของภูเขา เป็นห่วงโซ่ในระบบนิเวศ พวกชาวบ้านไม่เคยมองคนกลุ่มนี้ป็นโจรเลย เพียงแต่มองพวกเขาเป็นนายพรานหรือไม่ก็คนเก็บฟืน