รับคนส่วนใหญ่
แต่สำหรับฟางเจิ้งแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่เท่าไร…
เหลียงเจ๋อเฉวียนก้มหน้าพิจารณามองร่องรอยหญ้าและกิ่งไม้หักบนพื้น แค่นยิ้มบอก “เดรัจฉานนี่หนังหยาบเนื้อหนา วิ่งเร็วอีก”
“เหล่าเหลียง มันหนีไปแล้วจะยังตามทำไม?” ผู้ชายที่สวมหมวกกันแดด ใส่เสื้อสีพรางตา เท้าหนึ่งข้างเหยียบบนตอไม้ สวมแว่นตาดำ ท่าทางดูโหดเหี้ยมคนหนึ่งถามขึ้น
“หลินจื่อ นายก็เห็นแล้วนี่ สมัยนี้หมูป่าแต่ละตัวอย่างกับรถถัง ปืนดินที่ฉันทำเองยิงนกอะไรพวกนี้ไม่มีปัญหา นายคิดว่านี่เป็นปืนกลยิงไฟสีฟ้าปุงๆๆ รึไง อย่ามองแค่ว่ามันเลือดออกเยอะแล้ว นั่นน่ะคือหนังภายนอกบาดเจ็บ ถ้าจะจัดการมันยังต้องหาวิธีรั้งมันเอาไว้ แล้วเข้าไปยิงใกล้ๆ อีกนิด” เหล่าเหลียงมองค้อนหลินจื่อทีหนึ่ง
หลินจื่อหัวเราะเสียงดัง “เหล่าเหลียง ไม่นึกเลยว่านายก็เริ่มมีอารมณ์ขันกับเขาแล้ว ฉันพูดไปอย่างนั้นแหละ นายก็รู้นี่ว่าถึงจะหมู่ป่าจะมีราคาดีไม่เท่าเมื่อก่อน แต่ได้มาตัวหนึ่งก็ยังขายได้เงินไม่น้อย แน่นอน ถ้าได้นกมังกรบินสักสองตัวล่ะก็ หึ…”
พูดถึงตรงนี้ หลินจื่อกลืนน้ำลายลงคอตามสัญชาตญาณ
“หลายปีมานี้นกมังกรบินน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าได้มาสักตัวจริง ก็ได้กำไรงาม