บ๊ะจ่างที่มีรสหน่อไม้เสร็จแล้วก็ใส่เข้าไปในหม้อ
ฟางเจิ้งไม่มีซึ้งนึ่งเลยได้แต่เปิดต้นไผ่ออก วางไว้ในหม้อทำเป็นฐานรอง แบบนี้ก็พอใช้ได้
เมื่อจุดไฟ กลิ่นหอมสดชื่นจากการนึ่งไผ่หนาว กลิ่นหอมหวานของข้าวผลึก เวลานี้ทั้งวัดโชยไปด้วยกลิ่นหอมของบ๊ะจ่างข้าวผลึกไผ่หนาว ดีที่ตอนเช้าตรู่ไม่มีคนขึ้นเขามา
ช่วงเจ็ดโมงครึ่ง ฟางเจิ้งนึ่งบ๊ะจ่างไว้เต็มสองเข่ง โยนให้ลิง หมาป่าเดียวดาย เด็กแดงและกระรอกคนละอัน
ตัวฟางเจิ้งเองนั่งอยู่ในลาน หยิบบ๊ะจ่างที่ใส่ไว้ในถังน้ำบริสุทธิ์เพื่อลดอุณหภูมิลงจนเย็นออกมา บ๊ะจ่างนี้ต่างจากที่เขากินเมื่อก่อน เมื่อก่อนใช้ใบต้นกก ตอนนี้ใช้ใบไผ่หนาว เมื่อไผ่หนาวถูกนึ่งจนมีอุณหภูมิสูงแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่เปลี่ยนสี แต่กลับเขียวมรกตกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่ามีความแวววาวหลายส่วน ดูเหมือนกับมรกต! และจะดูสวยอย่างยิ่งใต้แสงตะวันส่องสว่าง
“นี่มันบ๊ะจ่างที่ไหน นี่มันงานศิลปะชัดๆ!” ฟางเจิ้งอดปลงอนิจจังไม่ได้ ทว่าท้องใหญ่ที่สุดในฟ้าดิน หิวแล้ว จะงานศิลปะอะไรก็ต้องกิน!
แกะใบไผ่หนาวออก เผยเนื้อข้าวผลึกที่ห่อเป็นก้อนแวววาวข้างใน ได้กลิ่นหอมน่าหลงใหลมาจากข้างใน ฟางเจิ้งกัดเบาๆ รู้สึกแค่ว่าเนื้อบ๊ะจ่างที่