การณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ฟางเจิ้งอยากช่วยคนและก็อยากหยุดรถม้าด้วย มันง่ายขนาดนั้นเลยรึไง? ใช้เท้าถีบรถม้าเกือบจะถูกชนกระเด็นไปเหมือนกัน ดีที่เด็กแดงโต้ตอบไว แอบเข้ามาขวางรถม้าไว้ ทว่าเด็กแดงตัวเล็กเกินไป ความเร็วสูงมาก ทุกคนเลยสังเกตไปที่ฟางเจิ้ง ย่อมไม่สังเกตเห็นรายละเอียดตรงนี้ มองแค่ว่าฟางเจิ้งหยุดรถม้าและช่วยคนไว้
สวดมนต์จบ พวกเสี่ยวหูจื่อกลุ้มใจอีกรอบ ตอนนี้ม้าชราจากไปแล้ว จะเอาอย่างไรกับน้ำบนรถม้า? ใช้แรงคนไปส่ง? นี่เป็นภารกิจที่ไม่มีทางสำเร็จ! มิหนำซ้ำศพของม้าชราก็จะทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้ เฮ่อหมิงอยากพามันกลับไปทำฝังศพที่หมู่บ้านไต้หลี่ให้อย่างดี
ชั่วขณะที่ทุกคนกำลังหารือกันว่าจะทำอย่างไรนั้น ฟางเจิ้งเอ่ยขึ้น “อมิตาพุทธ ทุกท่าน ทุกคนแบกน้ำขึ้นหลังไปคนละหนึ่งลัง เอาม้าชราขึ้นรถ น้ำที่แบกไปไม่ได้ก็ให้วางไว้บนรถ ถ้าใส่ไม่ได้จริงๆ ก็วางไว้ที่นี่ก่อน เดี๋ยวค่อยมาเอาก็ได้”
“หลวงพี่ อันนี้ไม่ยากหรอก ปัญหาคือลากรถนี่ไม่ไหวครับ” เสี่ยวหูจื่อยิ้มเจื่อนๆ
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ “อาตมายังมีแรงลากรถไหว แต่ทุกท่านต้องช่วยด้วย”
ฟางเจิ้งแบกรับงานที่ยากที่สุดไว้แล้ว พวกเขาย่อมไม่มีเหตุผลปฏิเสธ ทุกคนจึงลงมือกันทันที ประคองรถม้าขึ้น เอาม้าชราขึ้นไปบนรถ ก่อนนำน้ำใส่ไว้บนรถเท่าที่เป็นไปได้ ส่วนที่เหลือทุกคนแบกขึ้นหลัง ไม่อยากเชื่อว่าทำแบบนี้แล้วจะลงตัว!
ฟางเจิ้งอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่