หลิวเจี่ยรู้สึกจุกอกในใจจนลุกลน เธอไม่รู้ว่าจะตอบคำพูดเด็กอย่างไรเหมือนกัน เพียงแค่ลูบหัวเด็กสองคนนี้พลางว่า “เด็กดีๆ…”
เด็กแดงเห็นภาพนี้ก็ลุกพรวดขึ้นมาอยู่หน้าฟางเจิ้ง ถูจมูก ดวงตาแดงนิดๆ เอ่ยด้วยความไม่สบายใจ “อาจารย์ เราจะกลับกันเมื่อไร? ที่นี่มีแต่พวกโง่…ทำเอาข้าอยากร้องไห้บ่อยๆ”
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ “จิ้งซิน นักบวชไม่พูดโกหก นายจะทำอะไรกันแน่?”
“อาจารย์ ข้าเหมือนจะนึกออกแล้วว่าจะเรียกลมเรียกฝนอย่างไร” เด็กแดงพูดด้วยหน้าแดงทั้งใบหน้า ปกติเขาดูถูกคนธรรมดาที่สุด ยามมองคนอื่นมักจะมองอยู่สูงกว่า ต่อให้ถูกฟางเจิ้งกดขี่หลายครั้งก็ยังคงนิสัยเดิมไม่เปลี่ยน เห็นคนอื่นทุกข์ยาก เขารู้สึกว่านั่นเป็นเพราะอีกฝ่ายอ่อนแอเกินไป…เหมือนกับภูเขาเอกดรรชนีที่แห้งแล้งครั้งใหญ่ เขาไม่คิดว่าตนมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือ ในทางตรงข้ามเขาจะอาศัยโอกาสนี้ตักตวงผลประโยชน์
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นพลันยิ้ม ตบหัวเด็กแดงแล้วพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ”
เด็กแดงรู้สึกว่าฤทธิ์ในร่างกายกำลังหลั่งไหล พริบตาเดียวเด็กแดงยิ้มแล้ว
ฟางเจิ้งกล่าว “เอาล่ะ อย่าลำพองใจไป หาที่ที่ไม่มีคนจัดการเองซะ”
“วางใจเถอะอาจารย์” เด็กแดงพูดจบก็วิ่งไป ไม่รู้ว่าทำอะไร ไม่นานพลันเกิดพายุบนฟ้า พายุยังมีความชื้นและเย็นนิดๆ
ผู้ใหญ่บ้านเหลยเงยหน้ามองฟ้า “พายุนี่…หรือว่าจะฝนตก?”
“ที่นี่ไม่มีฝนตกมานานมากแล้ว หรือพระเจ้าจะลืมตา?” มีชาวบ้านพึมพำ
ต้าเฉิงจื่