ฟางเจิ้งแหงนหน้ามองฟ้าพลางตะโกนในใจ ‘บินน้องเขยแกสิ!’
เด็กแดงเห็นแบบนั้นก็แอบหัวเราะเบาๆ ในที่สุดไอ้สารเลวหัวโล้นก็ได้สัมผัสกับพลานุภาพของสาวปืนกล! ฟิน! แต่ว่า…
“เจ้าตัวน้อย นายหัวเราะอะไร? มา ไหนทบทวนสิ่งที่พี่สาวบอกเมื่อวานหน่อย” เหยาอวี่ซินอุ้มเด็กแดงขึ้นมา ถามพลางหัวเราะเบาๆ
เด็กแดงคว้าจีวรฟางเจิ้งไว้ในฉับพลัน ร้องขึ้น “อาจารย์ ข้านึกออกแล้ว ท่านจะสวดมนต์ให้ข้าฟังไม่ใช่รึ?” ระหว่างพูดอยู่นี้ ดวงตาโตคลุมด้วยน้ำตา แทบจะร้องไห้เดี๋ยวนั้น
ฟางเจิ้งเห็นท่าทีเด็กแดงแล้วก็ถอนหายใจ “ศิษย์ ในเมื่อสีกาชอบนายขนาดนี้ ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนสีกาเถอะ”
ช่วยไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้พูดมากเกินไป ไม่หานักโทษร่วมด้วยอาจจะยังต้องคุยกับเธอเรื่องวิทยายุทธ์ เหมือนอย่างที่ว่าไว้ว่าสหายตายได้แต่อาตมาตายไม่ได้ ไต้ซือขายสหายร่วมเดินทางอย่างเด็ดขาด
เด็กแดงอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา…
เฮ่อหมิงเห็นแบบนั้นกลับหัวเราะเสียงดัง “อวี่ซิน เธอให้อภัยหลวงจีนน้อยเถอะ เธอมันพูดมากเกินไป”
เหยาอวี่ซินเบะปาก เอ่ยอย่างคับอกคับใจ “อะไรเรียกว่าพูดมากเกินไป? อย่างฉันเขาเรียกว่าร่าเริง…น่ารัก!”
“บ๊องด้วย” อาจารย์วัยรุ่นสอนเต้นที่เต้นเมื่อวานพลันเสริมมาคำหนึ่ง
ทุกคนต่างหัวเราะเสียงดัง บรรยากาศอึดอัดใจผ่อนคลายตามลงไปด้วย การเข็นรถก็ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นแล้ว
“ทุกคนระวัง รถม้าผ่านข้างหน้าไม่ได้ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องปีนบันไดฟ้าแล้ว ต้องระวังเรื