เห็นรอยยิ้มเต็มหน้าของทุกคนแล้ว ฟางเจิ้งก็ยิ้มตาม ถามเฮ่อหมิงด้านข้างเบาๆ “ประสก พวกโยมทำแบบนี้เพื่ออะไร?”
เฮ่อหมิงอึ้งงัน ก่อนยิ้มมีความสุข ชี้ไปยังภาพข้างหน้า ถามกลับ “ได้เห็นภาพแบบนี้แล้ว ยังต้องการอะไรอีกเหรอครับ?”
ฟางเจิ้งงงงันก่อนยิ้มเช่นกัน ประนมสองมือ “อมิตาพุทธ”
“หลวงพี่ ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าท่านมาที่นี่ทำไมกันแน่?” เฮ่อหมิงถามด้วยความกังวล
ฟางเจิ้งเงยหน้ามองฟ้า ตอบไปว่า “ความจริงอาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้พูดสาเหตุจริงๆ อาจจะเพื่อภาพนี้ก็ได้ เดิมทีที่นี่มีภาพดั่งนรก แต่เพราะพวกโยมมาเลยเป็นแดนสุขาวดี อาตมาได้รับการสั่งสอนแล้ว…”
“หลวงพี่เกรงใจไปแล้ว ยังไงสิ่งที่พวกเราทำได้ก็มีขีดจำกัด ไม่รู้เหมือนกันว่าแดนสุขาวดีนี้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไร…” เฮ่อหมิงบอกความกังวลของตน พวกเขาต่างมีหน้าที่การงานของตน บ้างเป็นอาจารย์ บ้างเป็นนักศึกษา บ้างเป็นพนักงานหน่วยงานรัฐ บ้างเป็นชาวบ้านธรรมดา ทุกคนมารวมกันเพื่อทำความดี แต่ทุกคนมีงานของตน ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นให้มาไม่ได้บ้าง ขณะเดียวกันพวกเขารับประกันไม่ได้ว่าอนาคตจะมารวมกันไม่ได้เพราะเหตุไม่คาดคิดบางอย่างหรือไม่…
พูดถึงปัญหาอึดอัดใจนี้แล้ว ฟางเจิ้งกับเฮ่อหมิงต่างเงียบไปเล็กน้อย
เวลาดึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฉายหนังสองเรื่องจบก็เริ่มแยกย้าย กลับไปถึงในห้อง เด็กแดงมองฟางเจิ้งด้วยน้ำตานอง “อาจารย์…”
ฟางเจิ้งยิ้ม “ศิษย์ วันนี้เร