งพี่ ท่านแรงเยอะเหมือนกันนะ” เฮ่อหมิงมองฟางเจิ้งด้วยความตกใจ รถม้าหนักแค่ไหนพวกเขาเดินทางมาตลอดทางย่อมเคยประสบมาก่อนแล้ว เห็นๆ อยู่ว่ามีคนเพิ่มมาคนเดียว ส่วนเด็กแดงก็เด็กเกินไปเลยมองข้าม แต่ผลักขึ้นไปแล้วกลับสบายมาก ดังนั้นย่อมยกคุณูปการให้ฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งพูดยิ้มๆ “อาตมาออกกำลังกายบ่อย ก็พอจะมีแรงบ้าง”
เหยาอวี่ซินถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ฉันได้ยินมาว่าหลวงจีนฝึกวิทยายุทธ์กัน ฉันเคยไปวัดใหญ่หลายที่เลย หลวงจีนฝึกยุทธ์ที่นั่น… 234…” หนึ่งนาทีต่อมา ทุกคนเมินสาวปากมากคนนี้ไป สองนาทีต่อมา เหยาอวี่ซินถาม “หลวงพี่ ท่านฝึกยุทธ์ด้วยรึเปล่าคะ?”
ฟางเจิ้งอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา เธอพูดมาตั้งนานเพื่อจะถามแค่นี้เหรอ? เข้าประเด็นเลยไม่ได้รึไง? แต่เขาก็ยังเค้นรอยยิ้มตอบไป “อาตมาฝึกยุทธ์จริงๆ”
“ว้าว! เก่งขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เหยาอวี่ซินร้องตื่นเต้น
เด็กสาวคนหนึ่งชมแบบนี้ ฟางเจิ้งจึงพยักหน้ามีความสุขในใจ แต่ต่อมา…
เหยาอวี่ซินพูด “ถ้าอย่างนั้นหลวงพี่บินให้ฉันดูหน่อยสิคะ? แบบวิชาตัวเบาไต่บนกำแพงอะไรพวกนั้น! ฉันเคยเห็นนักบวชยุทธ์แสดงมาก่อนนะ น่าเสียดายผูกสลิงไว้…”
………………….