ปีไท่เหอที่เก้า ช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ภายในห้องทรงพระอักษร เจียงเชอวางฎีกาลงคลึงหว่างคิ้วใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เขากล่าวว่า “พาองค์รัชทายาทมา”
สะบั้นเศียรที่ยืนอยู่ข้างๆ หายวับไปกับที่ในทันใด
ผ่านไปไม่นานองค์รัชทายาทเจียงซิ่งก็มาถึงโดยมีสะบั้นเศียรตามมาข้างหลัง
“เสด็จพ่อทรงมีเรื่องเร่งด่วนใดกันลูกกำลังยุ่งอยู่ทีเดียว ท่านสะบั้นเศียรก็เช่นกันไม่ยอมให้ชักช้าแม้สักอึดใจเดียว” เจียงซิ่งพึมพำไม่พอใจอย่างยิ่ง
เจียงเชอเหล่ตามองเขาแล้วก็ถลึงตาใส่ เขาตกใจจนคอหดและไม่กล้าบ่นอีก
จากนั้นเจียงซิ่งก็วิ่งไปข้างหลังเจียงเชอไปนวดหลังให้เขาด้วยสีหน้าประจบประแจงและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เสด็จพ่อ แล้วเป็นเรื่องใดกันแน่ท่านตรัสเถิดแม้จะให้ลูกปีนภูเขาดาบลงทะเลเพลิงลูกก็จะไม่ลังเลเด็ดขาด”
“เช่นนั้นเจ้าไปตายเสียเถิด”
“พะยะค่ะ!” เจียงซิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงหันหลังแล้วจากไปทันที
“หยุดก่อน!” เจียงเชอร้องลั่น เจียงซิ่งหันตัวมาทันใดและมองเขาพลางหัวเราะรื่นเริง
เจียงเชออ่อนใจก่อนโยนฎีกาให้เขาพอเข้ารับมาก็เปิดดูก่อนถามด้วยสีหน้าหยอกเย้าว่า “เสด็จพ่อ องค์หญิงแห่งเพิ่งเทียนหน้าตาเป็นเช่นใดหากว่าไม่สวยลูกจะไม่แต่งด้วย เพิ่งเทียนเป็นสิ่งใดกันเป็นแค่แม่ทัพไม่เอาไหนของต้าจิ่งต่อให้เอาองค์หญิงแต่งเข้ามาก็ต่องเลือกที่ดีที่สุดนี่มิใช่แค่หน้าตาของลูกเท่านั้นแต่ยังเป็นพระพักตร์ของพระองค์ด้วย”
เจียงเชออ่อนใจกับคำพูดนี้ของเขาเหลือ