้งมึนงงนิดๆ หรือว่าจะเดินผิดทาง?
ทว่าดวงตะวันค่อยๆ ลาลับลง ฟางเจิ้งคิดจะหาคนสอบถาม เข้าใจที่นี่แล้วค่อยวางแผนต่อไป
“ที่แท้ก็แบบนี้ ถ้าหลวงพี่ไม่รังเกียจก็พักที่บ้านผมเถอะ” ผู้ใหญ่บ้านเหลยต้อนรับอย่างเป็นมิตร
ฟางเจิ้งย่อมไม่ปฏิเสธ รีบเอ่ยขอบคุณ ก่อนพาเด็กแดงตามผู้ใหญ่บ้านเหลยเข้าไปในบ้าน ถึงผู้ใหญ่บ้านเหลยจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่บ้านที่พักกลับไม่หรูหรา เป็นบ้านที่สร้างจากหินและดิน ผนังห้องหนามาก นี่ไว้ใช้กันความร้อน ห้องที่ฟางเจิ้งพักสะอาดมาก ซึ่งเขาพอใจกับมันมาก
“ท่านอา มีน้ำหรือไม่? ข้าหิวน้ำมาก…” เข้าไปแล้ว เด็กแดงก็ไม่เกรงใจเช่นกัน พลันพูดเสียงดัง
ผู้ใหญ่บ้านเหลยหัวเราะเบาๆ “รอเดี๋ยวอาจะไปเอาให้นะ” พูดจบเงาแผ่นหลังหนาก็เดินออกไป ไม่นานถือน้ำชามใหญ่เข้ามา เด็กแดงหิวน้ำจริงๆ รับมาแล้วดื่มไปอึกใหญ่ แต่ว่า…
พรวด!
เด็กแดงพ่นน้ำไปไกล ร้องเสียงดังขึ้น “นี่มันน้ำบ้าอะไรกัน? กินยากชะมัด มีรสแปลกๆ แถมยังมีทรายอีก!”
ผู้ใหญ่บ้านเหลยได้ยินเข้าพลันหน้าแดง ประกายความปวดใจวูบผ่านดวงตา
ฟางเจิ้งมองผู้ใหญ่บ้านเหลยแล้วมองน้ำบนพื้น ก่อนโขกหัวเด็กแดงไปทีหนึ่ง “นักบวชอยู่ข้างนอก อย่าจู้จี้จุกจิกนักเลย”
เด็กแดงตอบด้วยความคับอกคับใจ “ก็มันดื่มยากจริงๆ…ไม่เชื่อท่านลองดู”
ฟางเจิ้งรีบมาแล้วดื่มไปอึกหนึ่ง รสชาติแปลกจริงด้วย เหมือนว่าในนี้ใส่ยาน้ำบางอย่าง แถมยังมีทรายจริงๆ ดื่มนำบริสุทธิ์จนชิน พอมาดื่มน้ำนี่แล้