ฟางเจิ้งไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้ ในใจค่อนข้างผิดหวัง ไม่รู้อะไรเลย เขาจะช่วยชายชราเพื่อสำเร็จภารกิจได้อย่างไร?
ตอนนี้เองหวงซิ่งหวาเข้ามาแล้ว ได้ยินคำพูดหวงเจิ้นหวาเลยคาดเดาได้ว่าสองคนกำลังคุยอะไรกัน เลยเอ่ยขึ้นว่า “พ่อเราเป็นคนไม่ชอบพูด มีอะไรจะเก็บไว้ในใจ โดยเฉพาะเรื่องนี้ เขาไม่เคยพูดเลย ผมว่าเขาน่าจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จด้วยตัวเอง ถึงเขาไม่พูด แต่พวกเราก็รู้ว่าเขากำลังหาคน เพียงแต่หาใคร…พวกเราเองก็ไม่แน่ใจ”
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ ที่แท้ก็เช่นนี้เอง”
ฟางเจิ้งมองชายชราข้างในผ่านหน้าต่างพลางว่า “อาตมาเข้าไปดูข้างในได้ไหม?”
ถึงฟางเจิ้งจะทำตัวแปลกๆ ไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรสองครั้งก่อนก็ทำให้หวงซิ่งหวามองเขาในมุมใหม่แล้ว อีกอย่างไม่เหมือนคนที่คิดร้ายกับชายชรา ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้คงไม่พูดเตือนให้พวกเขาเอากล่องเข้าไปข้างใน ดังนั้นแล้วหวงซิ่งหวาจึงพยักหน้าตกลงต่อคำขอนี้
ทว่าหวงเจิ้นหวากลับพูด “เข้าไปได้ แต่อย่ารบกวนพ่อพักผ่อน”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “ประสกวางใจ อาตมาแค่ดูเท่านั้น จะไม่รบกวนเด็ดขาด”
สองคนถึงตกลง ฟางเจิ้งเข้าไปในห้องผู้ป่วย มองชายชราที่นอนนิ่งบนเตียงผู้ป่วย แต่กลับลืมตาจ้องมองกล่อง เขาปลงอนิจจังอยู่ในใจ คิดไม่ออกเลยว่าชายชราคนนี้มีความยึดมั่นอะไรกับกล่องขนาดนี้ และยิ่งคิดไม่ออกว่าชายชราผ่านอะไรมากันแน่ เคยทำอะไรมาบ้าง ในตัวถึงมีบุญกุศลมากแบบนี้!
เด็กแดงข้างๆ พูดเสียงเบา “อ