พยาบาลอีกคน วางกล่องไว้อย่างดีแล้วพร้อมกับลอบถอนหายใจโล่งอก สุดท้ายเธอเดิมพันถูกต้อง…ต่อไปไม่ต้องกังวลว่าจะถูกลงโทษแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นอกประตู ฟางเจิ้งนั่งอย่างสงบนิ่ง พลันพบว่าแสงทองในห้องผ่าตัดสว่างขึ้นเรื่อยๆ จึงยิ้ม
หวงเจิ้นหวาไม่ค่อยถูกชะตากับฟางเจิ้งมาตลอด เห็นฟางเจิ้งยิ้มก็โกรธขึ้นมา “หลวงจีน เวลาแบบนี้แกยังยิ้ม? จะมาหัวเราะพวกเรารึไง?”
หวงซิ่งหวาขมวดคิ้วเช่นกัน “หลวงพี่ เวลาแบบนี้ท่านยังยิ้ม?”
หลิวน่ากับเจี๋ยงหมิ่นไม่พอใจเล็กน้อย
ฟางเจิ้งพูดยิ้มๆ “เขาไม่เป็นอะไรแล้ว ทำไมอาตมาจะยิ้มไม่ได้?”
“ไม่เป็นไรแล้ว?” สี่คนตะลึงค้างไปพร้อมกัน
หวงเจิ้นหวาพูดต่อทันที “หลวงจีน แกคงไม่พูดจาซี้ซั้วอีกแล้วหรอกนะ”
เจี๋ยงหมิ่นว่า “หวังว่าพูดจาซี้ซั้วจะถูกนะ…”
ขณะที่หลายคนกำลังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่นั้น ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก ตามด้วยพยาบาลสองคนกับหมอที่เหมือนเพิ่งตักขึ้นมาจากน้ำเข็นชายชราออกมา หมอดูเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด ออกมาแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ พูดกับคนเหล่านี้ว่า “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วอย่าเพิ่งคุยกับผม ให้ผมพักสักเดี๋ยว”
สี่คนได้ยินดังนั้นพลันยิ้มดีใจ เจี๋ยงหมิ่นมองฟางเจิ้งด้วยความตกใจ “หลวงพี่ ท่านรู้อนาคตเหรอคะ? ขอบคุณปากมงคลของท่านด้วยนะคะ”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณหมอท่านนี้เถอะ ถ้าไม่ใช่เขา ต่อให้ปากอาตมามงคลกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์”
เจี๋ยงหมิ่นเดินไ