หาไม่เจอก็ถาม”
ทว่าผ่านไปพักใหญ่ฟางเจิ้งยังไม่ทันเปิดประตู เด็กแดงอดใจถามขึ้นไม่ได้ว่า “อาจารย์ ทำไมปากใต้จมูกท่านถึงไม่ถามทาง?”
ฟางเจิ้งมองคนสองข้างทางแล้วก็หน้าแดง ไม่ใช่ว่าไม่อยากถาม ทว่าแต่ละคนสวมกระโปรงสั้น ขาเรียวยาว เขากระดากอายที่จะถาม! ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาผู้ชายเจอและก็มีท่าทีเร่งรีบด้วย ฟางเจิ้งหน้าบาง ปากพูดง่าย แต่เวลาจะถามทางจริงๆ กลับอ้าปากไม่ขึ้น บอกกับตัวเองตลอดว่ารอคนต่อไปๆ ผลคือรอจนถึงตอนนี้
“อาจารย์ ท่านอายที่จะถามหรือ?” เด็กแดงทำท่าทีเย้ยเยาะ
ถูกศิษย์เย้ยเยาะ? จะไปได้อย่างไรกัน? ฟางเจิ้งจึงกัดฟันเดินไปทางผู้หญิงที่ยืนอยู่นอกประตูร้านคนหนึ่ง ฟางเจิ้งยังไม่ทันพูด
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มก่อน “ไต้ซือ สระผมหรือคะ? พวกเราเป็นร้านมาตรฐานเลยนะ ให้บริการสระผมชั้นหนึ่ง รับรองว่าท่านสบายแน่ๆ…”
ฟางเจิ้งหน้าแดงฉาด เพราะผู้หญิงคนนี้เข้ามาใกล้ โค้งตัวเล็กน้อย วินาทีนั้นในหัวเขามีเพียงความคิดเดียว…ปิดประตู ปล่อยเด็กแดง ตบปีศาจตนนี้ให้ตาย!
เห็นฟางเจิ้งหน้าแดง ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะทันที เธอเพิ่งเคยเจอกับผู้ชายที่หน้าแดงง่ายแบบนี้เป็นครั้งแรก แม้จะเป็นหลวงจีนก็ตาม…เธอว่าต่อ “ไต้ซือคะ เกือบลืมไปแล้วว่าท่าน…เหมือนจะไม่มีผม”
ฟางเจิ้งรู้ว่าตนถูกหยอกล้อจึงประนมสองมือ สวดไปบทหนึ่ง “อมิตาพุทธ สีกา ขอถามหน่อยว่าโรงพยาบาลใจกลางมณฑลไปทางไหน?”
“อ๋อ ที่แท้ก็ถามทาง เลียบถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ ผ่านไปสามทา