าจิ่ง แต่พูดกันตามตรง ต้าจิ่งที่ไม่มีมรรคาจารย์พิทักษ์ คงจะถูกราชอาณาจักรรอบด้านกลืนกินอย่างง่ายดาย แม้แต่จวนมังกรจำแลงนั่นก็อาจลุกขึ้นมาโค่นล้มการปกครองของตระกูลเจียง”
จืออู๋จวินส่ายหน้าอธิบายให้ฟัง เทพกระบี่ฟังจบ สีหน้าก็เคร่งขรึม
เจียงเจี่ยนเอ่ยว่า “มรรคาจารย์ลงมือเพื่อเผามนุษย์ เผามนุษย์ย่อมหมายรวมถึงต้าจิ่งด้วย ให้ต้าจิ่งร่วมแบกรับผลของการกระทำนี้ด้วยก็แล้วกัน”
เขาเองก็เป็นเชื้อพระวงศ์ตระกูลเจียง ย่อมมีสิทธิ์เอ่ยคำนี้
เจียงฉางเชิงเอ่ยว่า “เอาละ มองดูอย่างสบายใจเถิด วันนี้จะให้พวกเจ้าได้เห็นว่า ขอเพียงหมั่นเพียรฝึกยุทธ แม้แต่ตะวันจันทราก็อาจเอื้อมยิง แม้นเป็นท้องนภาก็อาจเอื้อมทลาย!”
ทุกคนได้ยินคำนี้พลันฮึกเหิม พวกเขามองเจียงฉางเชิงอย่างตื่นเต้นและตั้งตาคอย
ในเวลาเดียวกันนี้เอง
กวนทงโยวกำลังตกอยู่ในศึกอันดุเดือด รอบกายเขามีแต่เปลวเพลิง โชคดีที่เขามีลมปราณปกปักษ์กายาอยู่ ทว่าทำเช่นนี้สิ้นเปลืองลมปราณของเขาอย่างมาก
“น่าตายนัก…”
กวนทงโยวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือขวาของเขากวัดแกว่งทวนยาว มือซ้ายใช้วิชายุทธ์ รุกรับอย่างเต็มกำลัง แต่ไม่อาจขับไล่ทะเลเพลิงอันน่ากลัวที่ล้อมอยู่รอบทิศได้แม้แต่น้อย
เปลวเพลิงที่อีกาสวรรค์ทั้งฝูงพ่นออกมา ก่อตัวกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดหลายหมื่นลี้ อุณหภูมิของมันสูงอย่างที่สุด มากพอจะทำให้มนุษย์ธรรมดากลายเป็นเถ้าในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
กวนทงโยวตระหนักดีว่าสถานการณ์