พอตรึกตรองดีๆ ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เรื่องนี้จะโทษพวกหมูป่าไม่ได้ทั้งหมด มนุษย์ตัดไม้ทำลายป่ารุกรานบ้านสัตว์ ทำลายสมดุลระหว่างสัตว์ นี่ถึงมีหมูป่าเอ่อล้นออกมาเป็นหายนะและเป็นอันตรายกับคน ให้พูดจริงๆ คือเรื่องที่มนุษย์ประสบอธิบายได้ว่าเป็นกรรมตามสนอง
แต่สองปีนี้ชาวบ้านไม่ตัดไม้แล้ว ประเทศออกกฎเป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามตัดไม้ ทั้งยังคืนผืนป่าให้ ไร่นาหลายแห่งใกล้ๆ กับเทือกเขาทงเทียนเริ่มปลูกต้นไม้กันแล้ว นี่ถือว่าเป็นการชดเชย
นึกถึงตรงนี้ฟางเจิ้งถอนหายใจ “อมิตาพุทธ พวกนายไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ พวกเขาจะคืนป่าให้กับพวกนายในเร็วๆ นี้”
“จริงเหรอ?” จ่าฝูงหมูป่าถาม
“แน่นอน” ฟางเจิ้งตอบ
“ถะ…ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ตกลง พวกเราจะไม่ลงเขาแล้ว ความจริง…บนเขาก็มีอาหารป่าให้กินเยอะแยะ แต่ว่าของกินบนเขามันอยู่แยกกัน จะกินก็ต้องวิ่งหาไปทั่ว ไม่เหมือนลงเขาที่รวมเป็นกองๆ กินฟินกว่า…” จ่าฝูงหมูป่าคิดคำนวณอย่างดี เมื่อก่อนไปข้างนอกก็เพราะคนข้างนอกรังแกง่าย นอกจากตะโกนสร้างเสียงดังแล้ว ทำอันตรายอะไรพวกมันไม่ได้เลย บางครั้งก็มีพวกดวงซวยถูกจับไว้หลายตัว แต่สำหรับหมูป่าฝูงใหญ่แล้วเลยมองข้ามไม่สนใจไปได้เลย
จ่าฝูงหมูป่าไม่สนใจความเป็นตายของหมูป่าตัวสองตัวเลย มันสนใจเพียงว่าทั้งฝูงจะดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้หรือไม่ มันรับได้กับการตายอย่างเหมาะสม ดังนั้นขอเพียงไม่ถูกฆ่าล้างบาง แค่เดินบนภูเขามากหน่อยก็ไม่ถือว่ามากมายอะไ