เด็กแดงไม่อยากทำงานหนักให้ฟางเจิ้ง เดิมทีถ้าแอบขี้เกียจได้ก็จะทำ ถือหลักการว่าถ้านอนได้ก็จะไม่นั่งเด็ดขาด ฟางเจิ้งจะทรมานอย่างไรก็ตามสบาย เว้นแต่ถูกบังคับ ไม่อย่างนั้นก็แค่มาดูอะไรสนุกๆ
แน่นอนว่าฟางเจิ้งเข้าใจความคิดเด็กแดง แต่ฟางเจิ้งก็ไม่อยากบังคับมากเกินไป
ทว่าฟางเจิ้งเข้าใจความน่ากลัวของหมูป่ามากกว่าเด็กแดง นายพรานชราในป่าเขากลัวการเจอหมูป่าที่สุด ถ้าหมูป่าโตจนมีร่างกายที่ใหญ่พอ พลังทำลายล้างจะน่ากลัวมาก ที่สำคัญที่สุดคือหมูป่าไม่โง่ กลับกันพวกมันฉลาดมาก! การดมกลิ่นของมันมากกว่าสุนัขถึงห้าเท่า ระดับความฉลาดพอจะติดหนึ่งในสิบสัตว์โลก แถมยังฉลาดมากรู้จักการวิเคราะห์ จุดอ่อนอย่างเดียวคือความทรงจำแย่ พวกมันแยกแยะกลิ่นชนิดหนึ่งได้สบายมาก แต่ผ่านไปสักพักจะลืม จุดนี้คล้ายกับปลาเล็กน้อย…
ดังนั้นปกตินายพรานจึงไม่อยากเจอกับสัตว์ป่าดุร้ายขนาดใหญ่ที่หาวิธีรับมือกับคุณได้ ส่วนฟางเจิ้งกังวลเล็กน้อย หัตถ์พลังนักรบโพธิสัตว์จะกำราบพวกหมูป่าเหล่านี้ได้หรือไม่
ครอกๆ…
หมูป่าฝูงหนึ่งกินอิ่มแล้วก็เกลือกกลิ้งไปมา ไม่รู้ว่ากำลังคุยอะไรกัน เพียงแค่ส่งเสียงครอกง่ายๆ
ตอนนี้เองเสียงสวดดังก้องกังวาน “อมิตาพุทธ ในเมื่อทุกท่านกินอิ่มแล้ว ฟังอาตมาหน่อยได้ไหม?”
พวกฝูงหมาป่าตกใจสะดุ้งพร้อมกัน พลันหันกลับมาเห็นนักบวชจีวรขาวรูปหนึ่งเดินหน้าเข้ามา ที่สำคัญคือพวกมันฟังคำพูดของนักบวชรูปนี้เข้าใจ!
ฟางเจิ้งเห็นพวกหมูป่