ี่กั๋วเอ่ยเช่นกัน “ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ได้แต่ยื่นคำร้องโควตาจากเบื้องบนลงมา ฆ่าพวกมันสักสองสามตัว ใช้เลือดให้ฝูงเจ้าตะกละพวกนี้สงบลงถึงจะได้ ไม่อย่างนั้นวิธีอื่นๆ ไม่มีประโยชน์!”
“ยาก ตอนนี้ไม่ใช่แค่หมู่บ้านเรานะ หลายหมูบ้านโดนหมูป่าโจมตี ต่างกำลังยื่นคำร้องโควตากันทั้งนั้น เบื้องบนปวดหัวมากเหมือนกัน ให้เยอะ พวกลักลอบหมูก็มาอีก ให้น้อยก็ไม่มีประโยชน์อีก” หวังโอ้วกุ้ยกล่าว
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าจะสู้กับหมูป่าพวกนี้ตลอดชีวิตก็มีแต่ต้องใช้เลือดถึงจะมีประโยชน์” ถานจวี่กั๋วกล่าว
ฟางเจิ้งได้ยินสองคนคุยกันจึงสวดไปบทหนึ่ง ไม่ได้ว่าอะไร แต่เดินไปรอบๆ เห็นมีหลายคนนั่งร้องไห้โฮตรงคันนา ช่วงเวลานี้ต้องเฝ้าเครื่องสูบน้ำทั้งวันทั้งคืน สูบน้ำเข้านา เพาะต้นกล้า รวมถึงเงินค่าน้ำมัน เงินค่าเพิงใหญ่เป็นต้น เงินค่าต่างๆ โยนไปในนี้หมดแล้ว ก็หวังว่าปีหน้าจะได้ผลผลิตที่ดี ใช้ชีวิตสบายขึ้นหน่อย แต่พอหมูป่ามาก็คว้าน้ำเหลวทั้งหมด…เหมือนกับความหวังในอนาคตถูกทำลายย่อยยับ ใครจะไม่เสียใจ?
ฟางเจิ้งสวดอมิตาพุทธเดินไปตลอดทาง สุดท้ายอาศัยจังหวะที่ทุกคนมองไม่เห็นเข้าไปในเทือกเขาทงเทียน
เหมือนอย่างที่หวังโอ้วกุ้ยพูดไว้ในตอนแรก ระบบรากไผ่หนาวลงเขามาแล้ว แถมยังยาวไปยังขอบเทือกเขาทงเทียน เพียงแต่ว่าไผ่หนาวที่นี่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด มองจากภายนอกดูหายไปเยอะมาก กระทั่งฟางเจิ้งสงสัยว่าเจ้านี่จะผ่านการทดสอบหน้าหนาวอั