พี่ฟางเจิ้ง ท่านไม่ได้เข้าใจอะไรผิดใช่ไหม?”
เด็กแดงมองอาจารย์ตนอย่างมึนงงเช่นกัน ไอ้สารเลวหัวโล้นบ้าไปแล้ว? ให้ญาติโยมไปตักน้ำ? อีกฝ่ายยอมทำสิแปลก!
แต่ฟางเจิ้งกลับตอบหน้าเรียบนิ่ง “แล้วแต่ความสมัครใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วประสกตามสบาย อาตมากับศิษย์มีธุระต้องไปทำ”
พูดจบฟางเจิ้งหมุนตัวกลับพร้อมเอ่ยว่า “จิ้งซิน ในเมื่อประสกโจวไม่ยอมทำ นายก็ไปตักน้ำเองเถอะ”
“หืม?!” เด็กแดงไม่คิดเลยว่าตนต้องพบหายนะอีก จึงบ่นโจวอู่ทันที คิดในใจ ‘ไอ้วิญญาณหมีดำนี่ไม่รู้จักวางตัวเลยจริงๆ!’
โจวอู่รีบพูด “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ผมยังไม่ได้พูดธุระของผมเลย”
“อาตมามีธุระต้องไปทำ ยังไม่เสร็จเลย เกรงว่าคงไม่มีเวลาช่วยเรื่องของประสกหรอก ตามสบายเถอะ…” ฟางเจิ้งพูดพลางเร่งความเร็วฝีเท้า
โจวอู่ไม่ใช่คนโง่ ดูจากความหมายแล้ว ถ้าเขาไม่ทำงานก็อย่าคิดคุยกับหลวงจีนรูปนี้ และอย่าหวังให้เขาช่วยกำจัดไฝดำกับขนดำบนหน้า โจวอู่มองถังเหล็กบนบ่าเด็กแดงแล้วคิดในใจ ‘เด็กนี่ยังทำได้เลย ทำไมเราจะทำไม่ได้? โอ่งน้ำนั่นน่าจะไม่ใหญ่หรอก…’ คิดถึงตรงนี้ โจวอู่เรียกฟางเจิ้งไว้ “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ผมยอมไปตักน้ำ! แต่ว่าหน้าผม…”
“กลับมาค่อยคุยกัน” ฟางเจิ้งโบกมือ ก่อนเข้าไปหลังลานวัดโดยไม่หันกลับมามองอีก
ฟางเจิ้งไปแล้ว ความน่ารักในแววตาเด็กแดงตอนแรกพลันหายไปจนสิ้น เขาโยนถังเหล็กลงพื้นดังปัง ถลึงตามองโจวอู่ทีหนึ่ง “มองอะไร? ยังไม่รีบไปทำงานอีก? จะบอกให้นะ ถ้าเจ้าก