โจวอู่ได้ยินดังนั้นก็โกรธแทบระเบิด ทว่าตอนนี้จะมีใจมาประชันปากกับซ่งเอ้อโก่ว? เขาไม่ได้พูดอะไร แต่วิ่งหนีไป ไม่สนหน่อไม้อะไรนั่นแล้ว แต่ไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่ที่มือสั่น สุดท้ายแล้วได้ถ่ายรูปออกมา
เห็นโจวอู่วิ่งมา เก๋อเยี่ยนกับโจวเหวินอู่พลันวิ่งตามไป เก๋อเยี่ยนกวาดสายตามองหน่อไม้ที่โยนเกลื่อนพื้นโดยจิตใต้สำนึกแวบหนึ่ง ในใจตกใจจนเหงื่อซึมไปทั้งตัว ไฝดำนี่ต้องมีปัญหาแน่ ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ! ทว่าเธอไม่กล้าพูด พูดแล้วใครจะเชื่อ? เธอเองยังไม่ค่อยจะเชื่อเลย จึงพูดกับตัวเอง “ต้องเป็นเรื่องบังเอิญ เรื่องบังเอิญ…”
โจวอู่วิ่งลงเขามาตลอดทาง ปิดหน้า ไม่กล้าเงยหน้าเลย แต่รู้สึกถึงขนบนใบหน้า เขาเลิกคิดถึงอย่างเด็ดขาด นี่มันอัปลักษณ์เกินไป น่าขยะแขยงมาก นี่ยังเป็นคนอยู่หรือ?
ครอบครัวโจวอู่วิ่งไป ซ่งเอ้อโก่วเก็บมือถือของโจวอู่ขึ้นมาดูภาพที่ถ่ายก่อนหัวเราะโดยพลัน ซ้ำยังกดปุ่มส่งเงียบๆ…
โจวอู่ลงเขาเอกดรรชนี ขึ้นรถแล่นไปโรงพยาบาลอำเภอซงอู่ ถึงเขาจะรู้สึกว่าโรงพยาบาลเล็กไปหน่อย แต่ตอนนี้เขายังไงก็ได้แล้ว ขอแค่เป็นโรงพยาบาลก็พอ
วันนี้หมอผิวหนังเถียนเสียอารมณ์ดี เพราะผู้ป่วยวันนี้น้อยมาก เจียดเวลามาเล่นวีแชตได้ พูดคุยกัน อยู่แบบสบายๆ
ระหว่างที่เถียนเสียกำลังเล่นมือถือพลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากข้างนอก จึงเก็บมือถือไปตามจิตใต้สำนึกพร้อมกับเงยหน้ามองไป แทบเป็นขณะเดียวกันนั้น มีคนหนึ่งพุ่งเ