มีสามคำลอยมาในความคิด ‘วิชาไฝดำ!’
‘นี่มันอะไรวะ?’ ฟางเจิ้งงุนงง วิชาไฝดำ? ฟังจากชื่อแล้วดูไม่ร้ายกาจเอามากๆ แต่พออ่านเนื้อหาวิชาไฝดำอย่างละเอียดแล้ว ฟางเจิ้งพลันยิ้มร่า!
โจวอู่เห็นฟางเจิ้งยอมคนแบบนี้จึงกล้าหาญขึ้นมา โวยเสียงดังว่า “ไม่ได้ยินรึไง? ขนาดเจ้าของยังไม่ว่าอะไร แล้วพวกแกจะมาสนใจเรื่องคนอื่นทำไม?”
พวกชาวบ้านมองฟางเจิ้ง เป็นอย่างที่โจวอู่ว่าไว้ ฟางเจิ้งต่างหากคือเจ้าของ ถ้าฟางเจิ้งบอกว่าไม่ลงมือ พวกเขาก็ลงมือไม่ได้จริงๆ
ฟางเจิ้งยิ้ม “อมิตาพุทธ ทุกท่านอย่าโกรธเลย อาตมามีหน่อไม้บนเขาอีกไม่น้อย ทุกคนตามสบาย แต่ว่า ห้ามสิ้นเปลืองเป็นอันขนาด ถ้าสิ้นเปลืองล่ะก็…”
“สิ้นเปลืองแล้วทำไม?” โจวอู่คิดว่าฟางเจิ้งข่มขู่เขา
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ “สิ้นเปลืองก็ต้องถูกลงโทษ”
“ใครจะลงโทษ?” เก๋อเยี่ยนถลึงตามองทีหนึ่ง ทำท่าทางไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ถ้าแกกล้าต่อว่า ฉันจะเอารองเท้าส้นสูงฟาดแก
“ภาษิตว่า เหนือหัวไปสามฉื่อมีเทพเจ้าเฝ้ามองอยู่” ฟางเจิ้งพูดจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินไป!
พวกชาวบ้านมองเงาแผ่นหลังฟางเจิ้งด้วยหน้ามึนงง นี่จะไม่สนจริงๆ หรือ? ฟางเจิ้งไม่สน พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่แยกย้ายกันไปด้วยความแค้นใจ
ขณะฟางเจิ้งกำลังเดิน เด็กแดงกระโดดลงมาจากกำแพง เดินหน้าเข้ามาหา เอามือไพล่หลัง เชิดหน้าขึ้นหัวเราะโหะๆ “อาจารย์ ท่านกลับมาแล้วหรือ? เจ้านั่นอวดดีขนาดนั้น สิ้นเปลืองไผ่หนาวไปมาก ท่านไม่จัดการรึ?”
ฟาง