ฟางเจิ้งมองแวบแรก ไม่คิดเลยว่าผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติจะมีมุมขี้เล่นแบบนี้ จึงตอบกลับ “ดี ในที่สุดภูเขาเอกดรรชนีก็มีถนนดีๆ แล้ว ที่สำคัญคือมีราวจับด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครตกลงไปอีก”
“เลิศ!” หลี่เสวี่ยอิงส่งสติกเกอร์มาอีกครั้ง ตัวแอ่นไปข้างหลัง ยกนิ้วโป้งใหญ่แทบจะดันกรอบฉาก
ฟางเจิ้งพูด “สีกา สีกามีสติกเกอร์แบบนี้อีกเท่าไร? คงไม่ทำมาเป็นชุดจริงๆ หรอกนะ?”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว นี่คือผลงานที่สุดของฉัน! กรรมสิทธิ์ทั้งหมด ห้ามคนอื่นใช้!” หลี่เสวี่ยอิงส่งมาอีกภาพ เป็นรูปเอาสองมือเท้าสะเอว ทำหน้าลำพองใจมาก
พอได้ยินว่ากรรมสิทธิ์ทั้งหมดก็ตะลึงงันไป ก่อนตบเข้าที่หัวโล้น ยิ้มออก ตอบหลี่เสวี่ยอิงไปว่า “สีกา ช่วยหน่อยได้ไหม?”
“พวกเราสนิทกันขนาดนี้ พูดมาเลยค่ะว่ามีเรื่องอะไร?” หลี่เสวี่ยอิงส่งภาพเท่ๆ มาอีกภาพ ข้างล่างยังมีตัวอักษรแสดงให้เห็น ‘ว่าไงพี่น้อง พร้อมช่วยเสมอ!’
ฟางเจิ้งหัวเราะ หลังตรึกตรองแล้วจึงว่า “เร็วๆ นี้อาตมารู้จักเพื่อนคนหนึ่ง เธอเปิดร้านค้าออนไลน์ แต่ว่า…เธอทำธุรกิจไม่เป็น หลายวันมาแล้วยังไม่ได้อะไรเลย คือว่า…”
“หลวงพี่ฟางเจิ้งอยากให้ฉันโฆษณาให้เธอเหรอ? อันนี้มันก็ยากอยู่นิดๆ นะ…” หลี่เสวี่ยอิงทางปลายสายขมวดคิ้ว ถึงเธอจะสนิทกับฟางเจิ้งมาก และก็ชอบความรู้สึกสบายๆ ที่ฟางเจิ้งมอบให้ แต่เธอไม่อยากให้ระหว่างสองคนมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา เธอมีเพื่อนที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน