์เยอะมากแล้ว เธออยากจะรักษาความสัมพันธ์บริสุทธิ์นี้ไว้มาก…
ฟางเจิ้งกล่าว “นั่นไม่จำเป็น สถานการณ์ของเธอพิเศษมาก ถ้าสีกาออกหน้าให้จริงๆ เธออาจจะไม่รับการช่วยเหลือ”
“เอ่อ มีเอกลักษณ์จังเลยนะคะ?” หลี่เสวี่ยอิงอึ้งไป ยังมีคนปฏิเสธการช่วยเหลือจากเธอ? ไม่พูดถึงอย่างอื่น ถ้าเธอลงมือช่วยจริงๆ มีโอกาสร้อยเปอร์เซ็นต์ที่อีกฝ่ายจะขายของหมด ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ!
“จะพูดอย่างไรดีล่ะ เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง” ฟางเจิ้งขบคิดแล้วเล่าเรื่องของฉินเสี่ยวให้หลี่เสวี่ยอิงฟัง หลี่เสวี่ยอิงฟังจบก็เงียบไป
ฟางเจิ้งเห็นหลี่เสวี่ยอิงตอบช้าจึงหยั่งเชิงถาม “ทำไมเงียบไปล่ะ?”
“ท่านรอเดี๋ยว ให้ฉันร้องไห้ก่อน” หลี่เสวี่ยอิงส่งสติกเกอร์น้ำตาไหลเป็นสายมา
ฟางเจิ้งพูดไม่ออกอีกครั้ง นี่คือราชินีเสวี่ยอิงในหมู่ราชินีที่มีความสูงส่งและเย็นชาในสายตาทุกคน? นี่มัน…น้องสาวข้างบ้านชัดๆ!
ผ่านไปสักครู่ หลี่เสวี่ยอิงตอบกลับ “เป็นหญิงแกร่งจริงๆ จะต้องสนับสนุน แต่ว่าฉันจะช่วยเธอยังไง?”
“คือว่าอาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน เพื่อนสีกาเยอะ ช่วยคิดหาวิธีหน่อยเถอะ ถึงสีกาฉินจะไม่เคยพูด แต่อาตมารู้สึกได้ว่าเธอไม่หวังจะได้รับสายตาที่ต่างออกไป และไม่อยากได้การบริจาค เธอแค่อยากใช้ความสามารถตัวเองหาเงินเลี้ยงครอบครัว” ฟางเจิ้งพูด
“อย่างนี้เอง ให้ฉันคิดก่อนนะ จะให้เธอรู้ว่ามีคนช่วยเธอไม่ได้ แต่ก็ต้องช่วยเธอ นี่เป็นปัญหาจริงๆ หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉ