ันขอไปคิดก่อนนะ ถ้าคิดออกแล้วจะติดต่อมาอีก ไปก่อนล่ะ” พูดจบหลี่เสวี่ยอิงเหมือนจะมีธุระ จากไปทันที
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก ถ้าหลี่เสวี่ยอิงยอมช่วยก็อาจจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ตอนนี้เองมีอีกข้อความเข้ามาทางวีแชต นั่นคือจิ่งเหยียน
“ไต้ซือคะ ท่านว่าทำไมบนโลกนี้ถึงมีคนแบบนี้?” จิ่งเหยียนมาถึงก็บ่นเลย
ฟางเจิ้ง “อมิตาพุทธ สีกา บ่นน้อยลงหน่อย โลกเราจะสงบสุข”
“เอ่อ…ไต้ซือ ฉันบ่นหน่อยเดียวเองจะส่งผลมากขนาดนั้นเลยเหรอ” จิ่งเหยียนพูดจบก็หัวเราะ
ฟางเจิ้งตอบ “ก็อาจจะ”
“เอาเถอะ เพื่อรักษาให้โลกสงบสุข วัดเงียบสงบ ฉันจะไม่บ่นแล้ว แต่ว่าไต้ซือ ครั้งนี้ฉันเจอปัญหาอีกแล้ว ช่วยชี้แนะหน่อยค่ะ” จิ่งเหยียนไม่เกรงใจแล้ว ปากบอกว่าขอให้ช่วย แต่ไม่รอให้ฟางเจิ้งตอบตกลงก็เอ่ยต่อทันที “คนที่ฉันสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นภรรยาของตำรวจล่อซื้อยาเสพติด ตำรวจนายนั้นเสียเมื่อหลายปีก่อน กลุ่มพวกเราอยากช่วยเธอมาตลอด แต่ว่าเป็นตายยังไงเธอก็ไม่รับการช่วยเหลือเลย โดยเฉพาะภรรยา พูดมาประโยคหนึ่งว่า ‘ตลอดชีวิตเขาไม่เคยก้มหัวให้ใครมาก่อน เขาไปแล้ว ฉันจะช่วยเชิดหน้าเขาขึ้น! จะไม่ถ่วงขาคนอื่น’ ท่านคิดดู พูดแบบนี้ทุกคนจะช่วยได้ยังไง เฮ้อ…ไม่นานมานี้ลูกเธอป่วย ครั้งนี้เธอแบกรับไม่ไหวจริงๆ ถึงต้องรับการช่วยเหลือจากทุกคน”
ฟางเจิ้งได้ฟังเรื่องราวที่จิ่งเหยียนเล่าแล้วรู้สึกคุ้นๆ จัง? เลยถามไป “ที่สีกาพูดถึงใช้ครอบครัวของต่งปิงไหม?