ังขึ้น ฟางเจิ้งมองปราดหนึ่ง เห็นเด็กคนนั้นโทรมา ถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไร ช่วยไม่ได้ ถ้าจะถามคงไม่ดีนัก ลูกตนเองยังไม่รู้เลยว่าชื่ออะไร จะย้อนแย้งกันได้ง่ายมาก!
รับสายแล้วฟางเจิ้งยังไม่พูด อีกด้านเป็นเสียงผู้หญิงที่ดูเหนื่อยล้าดังขึ้น แฝงไว้ด้วยการขอโทษลึกๆ “ขอโทษค่ะ”
ฟางเจิ้งงุนงง “อมิตาพุทธ อุบาสิกาพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ที่แท้ก็เป็นไต้ซือ ขอโทษค่ะ ช่วงนี้ลูกฉันรบกวนท่าน และก็ขอบคุณที่เมื่อคืนวานท่านมอบความสุขให้เขา” น้ำเสียงผู้หญิงมีความอ่อนล้าลึกๆ
ฟางเจิ้งตอบ “อมิตาพุทธ ไม่เป็นไรสีกา เด็กคนนี้เป็นเด็กดีมาก อาตมาแค่อยากให้เขามีความสุขก็เท่านั้น” ก่อนถามด้วยความแปลกใจ “อุบาสิกา บอกอาตมาหน่อยว่าทำไมถึงทำแบบนี้?”
“เฮ้อ…ลูกฉันซน ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง พ่อเขาเป็นตำรวจล่อซื้อยาเสพติด เขาพลีชีพตอนจับกุมเมื่อหลายปีก่อน เขาคือความภูมิใจของลูก เป็นฟ้าของลูก ฉันกลัวว่าลูกรู้ความจริงแล้วจะรับไม่ได้เลยไม่เคยบอกเขา สุดท้ายเขาป่วย ไม่ถือว่าร้ายแรง แต่เขาอยากเจอพ่อมาก ถ้าไม่เจอพ่อก็จะไม่กินยา ฉันเลยได้แต่หลอกเขาว่าพ่องานยุ่ง กำลังปกป้องประเทศ กลับมาไม่ได้
แต่เขาก็ยังไม่ยอม จะฟังเสียงพ่อ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ตอนนั้นมีหลายเรื่องมากที่ต้องทำ เลยบอกเบอร์มั่วๆ ไป อยากให้เขากินยาอย่างสบายใจ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะแอบใช้มือถือฉันโทรไป…” เธอพูดถึงตรงนี้มีการสะอื้นเล็กน้อย ผู้หญิง