ขณะเดียวกันในโชว์รูมปอร์เช่โดยเฉพาะของเมืองเฮยซาน ผู้หญิงคนหนึ่งโมโหจนแทบจะขว้างมือถือทิ้ง เอ่ยด้วยความโกรธ “ไอ้หลวงจีนบ้ามันหลอกฉัน!”
ถึงเสี่ยวหรงกำลังด่า แต่เธอก็รู้ว่าครั้งนี้ตนรีบร้อนไปจริงๆ ชอบตัดสายอีกฝ่ายในช่วงเวลาสำคัญทุกครั้ง สุดท้ายกลายเป็นเรื่องตลก! แต่เธอมักจะรู้สึกว่าถูกหลวงจีนสารเลวนั่นหลอก!
‘ไม่ได้การ ฉันทนโกรธอย่างนี้ไม่ไหว ต้องหาข้อมูลว่าเจ้านี่อยู่ไหน หึๆ…ไม่ขาดเงินห้าหมื่นเหรอ? แถมยังถามสมรรถนะ จะลองรถนางฟ้าปอร์เช่คันละสิบกว่าล้าน? รอฉันก่อนเถอะ! ครั้งหน้าฉันจะขายเครื่องบินให้แก ดูซิว่าแกจะมีเหตุผลอะไรปฏิเสธฉันอีก!’ เสี่ยวหรงร้องโวยวายเสียงดังในใจ ขณะเดียวกันก็ตรึกตรองว่าควรจะไปหาสักครั้งหรือไม่ ดูว่าไอ้คนลวงโลกนี่หน้าตาอัปลักษณ์อย่างไรกันแน่!
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งมาอยู่หน้านาข้าวผลึก นั่งลงใต้ต้นแม่ไผ่หนาว ครั้งนี้ไม่ได้เอามู่อวี๋มาด้วย แต่สวดมนต์อย่างสงบนิ่ง เมื่อเสียงสวดดังขึ้น ไผ่แม่สั่นไหวตามสายลมเบาๆ เหมือนฟังเข้าใจ ขณะเดียวกันในที่สุดหน่ออ่อนของข้าวผลึกในนาข้าวก็โผล่มาเหนือผิวน้ำ เป็นสีเขียวมันขลับดูเด่นตาเป็นพิเศษ…
กลางคืน ฟางเจิ้งกำลังนอน มือถือพลันดังขึ้น
ฟางเจิ้งรับสายด้วยความจำใจ ไม่มองเบอร์มือถือ ความคิดเลือนรางนิดๆ ก่อนได้ยินเสียงเด็กจากปลายสาย “เฮ้! ใช่พ่อไหม?”
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด จึงตอบไป “เฮ้ อาตมาไม่ใช่พ่อโยมจริงๆ…”
“หา…อ่อ ขอโทษครับ” น้ำเสียงเด็กด