ูหดหู่นิดๆ ก่อนวางสายไป
พอได้ฟังน้ำเสียงผิดหวังของเด็ก ฟางเจิ้งพลันหมดอารมณ์จะหลับแล้ว เขานอนอยู่บนเตียง เกิดความปวดร้าวในใจ เขาไม่มีบุพการีมาตั้งแต่เล็ก ถึงไม่เคยขาดความรัก แต่ความรักของใครจะมาแทนที่บุพการีได้จริงๆ? เสื้อผ้าสวยงามอาหารเลิศรสเทียบไม่ได้กับอยู่กับบุพการี นี่คือความปรารถนาของเด็กทุกคน…
‘จะตอบรับเขาหน่อยดีไหมนะ บางทีเขาอาจจะดีใจ แต่ว่าเราเองยังไม่รู้ชื่อเขาเลย ถ้าเกิดเรื่องไม่สัมพันธ์กันจะไม่เขินแย่เหรอ?’ ฟางเจิ้งส่ายหน้า พลิกตัวกลับ สะลึมสะลือหลับไปอีกรอบ
วันที่สองเช้าตรู่ ขณะกำลังกินข้าวมือถือฟางเจิ้งดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเตรียมตัวมาอย่างดี ดูเบอร์ก่อน ไม่ใช่เด็กคนนั้นพลันถอนหายใจโล่งอก คนที่โทรมาคือจิ่งเหยียน
ฟางเจิ้งกำลังจะรับสายก็เห็นว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว ตรึกตรองอยู่ชั่วครู่จึงโทรกลับ ทว่าเสียงจากปลายสายไม่ใช่เสียงตู้ดๆ แต่เป็นเสียงรอสาย เป็นเพลงหนึ่ง เสียงเพลงมีความทุ้มต่ำหลายส่วน มีความเศร้าบ้าง ฟางเจิ้งฟังแค่สองประโยคก็ใจสั่นไหวตาม ในความคิดปรากฏร่างเงาของหลิวฟางฟางในป่าเบิรช์ขึ้นทันที…
‘หิมะขาวพัดผ่านหมู่บ้านเงียบสงบ นกพิราบบินว่อนใต้ฟ้าครึ้ม ต้นเบิรช์ขาวสลักสองชื่อนั้น…’
ฟางเจิ้งฟังเงียบๆ พลางหวนนึกถึงอดีต สัมผัสท่วงทำนองในนั้น ฟังเรื่องราวในนั้น ขณะนี้เองเสียงเพลงจบลง เป็นเสียงขี้เล่นดังขึ้น “ฮัลโหลไต้ซือ ท่านตื่นเช้าขนาดนี้เลยเหรอ…”
ฟางเจิ้งตอบ “อมิ