ตาพุทธ สีกา เมื่อกี้สีกาโทรหาอาตมาก่อนนี่”
“หา? ใช่เหรอ? เมื่อกี้ฉันเพิ่งปิดนาฬิกาปลุก มืออาจจะไปโดน ขอโทษด้วยนะคะ ฮ่าๆ…” น้ำเสียงจิ่งเหยียนกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อย
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด แบบนี้ก็ได้หรือ แต่เขาก็ยังถามด้วยความแปลกใจ “สีกา เสียงรอสายมือถือนั่นเพลงอะไรน่ะ? อาตมาชอบมากเลย”
“ป่าเบิรช์ขาวค่ะ ครั้งก่อนไปหาเจอในอินเทอร์เน็ตโดยบังเอิญ เพลงนี่เข้ากับคุณยายหลิวฟางฟางมาก ถึงจะมีความต่างก็เถอะ แต่ฉันชอบมาก ชอบรสชาตินั้น” จิ่งเหยียนตอบ
ฟางเจิ้ง “เพราะมากจริงๆ มีเสน่ห์มาก อ้อ สีกาหลิวเป็นอย่างไรบ้าง? แล้วก็ท่าเรือ…”
“หุๆ ไต้ซือ วางใจเถอะ ไม่ได้รื้อท่าเรือ เมื่อก่อนรื้อเพราะว่าท่าเรือตรงนั้นสกปรกไม่เรียบร้อย ถ้าไม่ขยับท่าเรือก็ขยับที่อื่นไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว รัฐบาลวางแผนว่าจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอนุสรณ์ของผู้เสียสละ จากนี้ไปจะเป็นที่ที่พวกเรารำลึกถึงวีรบุรุษผู้เสียสละ อีกอย่างในเมืองยังเตรียมสร้างศิลาจารึกวีรชนไร้ชื่อด้วย ต่อไปก็เช็งเม้ง ทุกคนจะไปปัดกวาดหลุมศพที่นั่น ตอนนี้มันไม่ใช่ที่ที่คุณยายหลิวรอวีรบุรษกลับบ้านคนเดียวแล้ว แต่เป็นที่ที่พวกเรารอด้วยกันทุกคน
ตอนนี้รัฐบาลกำลังจัดส่งคนให้เริ่มบูรณะแบบคงเดิม เสริมให้แข็งแรงขึ้น ทั้งยังมีคนคอยทำความสะอาดท่าเรือให้โดยเฉพาะ หลังจากผ่านเรื่องนี้ไป ประชาชนในท้องที่ต่างให้ความร่วมมือที่ดีมาก พากันออกมาเก็บกวาดถนน ตอนนี้ที่นั่นไม่