าตมาไม่ใช่พ่อโยม”
พูดจบฟางเจิ้งวางสายอีกครั้ง ส่ายหน้าน้อยๆ ผลักประตูหลังเพิ่งเดินออกไป มือถือก็ดังอีกครั้ง
“อมิตาพุทธ เด็กน้อย อาตมาไม่ใช่พ่อโยม” ฟางเจิ้งไม่คิดอะไร รับสายแล้วพูดทันที
แต่ว่า…
“เอ่อ…ไต้ซือ เทคนิคตีสนิทญาติพี่น้องคนอื่นของท่านสูงกว่าฉันอีกนะ” เสียงผู้หญิงแปลกหูแต่มีความคุ้นเคยนิดๆ ดังขึ้นจากในสาย
ฟางเจิ้งอึ้งไป ไม่ใช่เด็กนั่น! เลยรีบดูหมายเลขบนหน้าจอ เป็นอีกเบอร์แปลก แถมยังเป็นเบอร์บ้าน! แต่ว่าทำไมเบอร์นี้ถึงคุ้นตาขนาดนี้? ไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น เขาหน้าแดง รีบตอบกลับ “อมิตาพุทธ ขอโทษด้วย สีกา เมื่อครู่มีโยมน้อยชอบโทรหาอาตมา…อืม สีกามีธุระอะไรหรือเปล่า?” ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร พูดไปจะเอาเปรียบอีกฝ่าย เหมือนจะใส่ความเกินไปหน่อย
เสียงหัวเราะดังแว่วมา ตามด้วยผู้หญิงใช้เสียงหวาน “ในเมื่อไต้ซือขอโทษฉัน ก็ให้โอกาสฉันเล่าเรื่องให้ไต้ซือฟังหน่อยได้ไหมคะ”
ฟางเจิ้งตรึกตรอง ถึงอย่างไรก็ว่าง ถ้าอย่างนั้นฟังแล้วกัน
พอได้ยินว่าฟางเจิ้งตกลง ผู้หญิงดูดีใจมาก ถอนหายใจโล่งอกยาว กำหมัดแน่น ระงับความตื่นเต้นในใจไว้ คิดในใจว่า ‘ในที่สุดก็สำเร็จ! ครั้งนี้มาดูกันว่าหลวงจีนเจ้าถิ่นรูปนี้จะว่ายังไง!’
ผู้หญิงจึงเอ่ย “ไต้ซือ คืออย่างนี้ค่ะ ท่านออกไปบิณฑบาตปลุกเสกทุกวันเหนื่อยไหมคะ?”
ฟางเจิ้งงุนงง บิณฑบาต ปลุกเสก? เขาไม่เคยปลุกเสกมาก่อนจริงๆ บิณฑบาตก็แค่ตีนเขา ไม่ถึงกับเหนื่อยหรอ