ด้วยความโมโหจัดว่า ‘ไม่อยากเชื่อว่ามหาราชาเซิ่งอิงผู้ผ่าเผยอย่างข้าต้องตกอับเป็นขยะหาที่ยืนต่อหน้าพวกมนุษย์ เฮ้อ…’
แต่พอนึกถึงการถูกบังคับต่างๆ และการถูกหลอกหลังกลับวัดเอกดรรชนี เด็กแดงพบว่าแบบนี้ก็ดี
รอจนเด็กแดงเดินจากไปแล้ว พวกคนงานมองหน้ากัน ต่างขยี้ตา บุหรี่ในปากหัวหน้าคนงานถึงกับหล่นลงพื้น “ไอ้ห่า ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าวะ เด็กนี่แบกน้ำมากขนาดนั้นได้ซะงั้น…มันกี่กิโลฯ กัน?”
“ผู้ใหญ่ธรรมดาอาจจะไม่ไหวเลย ถังน้ำสูงหนึ่งเมตรมันหนักมากนะ”
“เด็กนี่กลายเป็นปีศาจแล้วเหรอ?”
“คงไม่เป็นโรคประหลาด แบบที่จริงโตเป็นผู้ใหญ่แล้วหรอกนะ กระดูกเลยแข็ง…”
“มีเหตุผล ตอนนั้นอู่ต้าหลาง[1]ขายขนมเปี๊ยะนึ่งต้องหาบของไม่เบาเหมือนกัน”
……….
ทุกคนตรึกตรองดู เหมือนว่าจะมีแค่คำอธิบายเดียวที่อธิบายได้เข้าใจชัดเจน
แต่ไม่นานนัก เด็กแดงก็ลงเขามาอีก ทุกคนเห็นเด็กแดงวิ่งราวกับเหาะเหิน ทะยานไปข้างตาน้ำพุแล้วตักน้ำขึ้นไปอีกรอบ ไปๆ มาๆ รวมหลายรอบด้วยกัน ระหว่างนั้นไม่มีหยุดพักเลย แต่ละคนต่างตะลึงจนอ้าปากค้างหุบไม่ได้ พากันร้องเสียงดังว่า เด็กประหลาด!
ในที่สุด เมื่อเด็กแดงวิ่งได้หกรอบ หัวหน้าคนงานก็อดไม่ไหวแล้ว “น้องชาย แรงดีจริงๆ นะ! อายุเท่าไรแล้วเรา”
“น้องบิดาเจ้าสิ! อายุน้อยอย่างเจ้าให้เป็นหลานข้ายังเคืองเลย!” เด็กแดงมองค้อนแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดผมเปียเล็กๆ วิ่งหายลับไป
ทุกคนเห็นแบบนั้นก็ต่างหัวเราะเสียงดังทันใด หัวหน้าค