นงานทำหน้าเก้อกระดาก ด่ายิ้มๆ ว่า “เจ้านี่กินดินระเบิดเป็นอาหารรึไง”
หัวหน้าคนงานจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กแดงกินอัคคีฌานเป็นอาหาร ของแรงกว่าดินระเบิดเยอะ
เมื่อรู้ว่าเด็กแดงมีนิสัยฉุนเฉียว อีกทั้งตัวเขาเองยังยอมรับว่าตนอายุเยอะแล้ว ทุกคนจึงมองว่าเขาเป็นผู้ป่วยโรคคนแคระไป ดังนั้นตอนที่เด็กแดงลงมาอีกครั้ง เขาพลันรู้สึกว่าสายตาของทุกคนต่างออกไปเล็กน้อย เดิมทีมีความเคารพและตกใจ แต่ตอนนี้มีความเห็นใจเพิ่มมาเสี้ยวหนึ่ง
แต่เด็กแดงขี้เกียจจะสนใจมนุษย์ปุถุชนเหล่านี้ จึงไม่ได้กล่าวอะไร แต่ไปตักน้ำต่อ
ส่วนบนยอดเขา ฟางเจิ้งมองน้ำในนาข้าวผลึกที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ ยิ้มดีใจกว่าเดิม “ไม่เลวๆ สมกับเป็นปีศาจน้อยชนรุ่นหลังของมหาปีศาจ เรี่ยวแรงและความเร็วแบบนี้ จิ๊ๆ…มีประสิทธิภาพกว่าอาตมาอีก อาตมาตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไปจะมอบเรื่องตักน้ำเข้านาข้าวให้จิ้งซินทำ”
พูดจบ ฟางเจิ้งสะบัดแขนเสื้อ เดินกลับวัดเอกดรรชนีไป
ขณะนี้เอง เด็กแดงกลับมาแล้ว เขาพุ่งเข้าไปในวัด เทน้ำลงในโอ่งพุทธ ก่อนตักออกมาเทใส่นาข้าวผลึก หมาป่าเดียวดายหาเวลาปลีกตัวไปหาฟางเจิ้ง เอ่ยว่า “อาจารย์ ศิษย์น้องสี่ปากร้ายมาก เจอใครก็แทบจะด่าว่าตลอดทาง แค่เจอหน้าเมื่อไรก็อยากโยนไปตุ๋นในหม้อ…เด็กนี่โหดเกินไปแล้ว…”
ฟางเจิ้งพยักหน้า เขาให้หมาป่าเดียวดายตามเด็กแดงไปด้วย ถึงจะให้ดูเจตนาของเด็กแดงก็ตาม แต่ที่มากกว่านั้นคือเป็นหูเป็นตาให้ ดูว่าเด็กแดงดื้อแค่ไหน