ะให้เจ้าเจ็บใจไปก่อน! หึๆ ข้าวผลึก ของที่มีเพียงเขาคุนหลุน ในโลกมนุษย์จะมีเท่าไรเชียว? จะกินให้เจ้าปวดใจ กินจนสำรอกโลหิต!’
ดังนั้นเด็กแดงจึงขานรับทีหนึ่งแล้วก้มหน้าเริ่มหุงข้าว ข้าวผลึกหุงไม่ยาก ถึงเด็กแดงจะมีฐานะสูงส่งชีวิตสุขสบาย แต่ฟางเจิ้งจุดไฟแล้ว ใส่ข้าวน้ำแล้ว เขาเพียงแค่เติมฟืนนิดหน่อยให้เหมาะสม รอข้าวสุกก็เท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นหอมข้าวผลึกโชยเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หมาป่าเดียวดาย กระรอกและลิงกระทั่งฟางเจิ้งข้างนอกเริ่มท้องร้อง เมื่อครู่เด็กแดงกินเร็วเกินไปจริงๆ พวกเขากินคนละชามยังตามไม่ทัน
หมาป่าเดียวดาย ลิงและกระรอกถลึงตาโตสดใสแวววาวมองฟางเจิ้ง ความหมายชัดเจนมาก จะให้พวกมันกินด้วยไหม?
ฟางเจิ้งยิ้ม แต่กลับไม่พูดอะไร เจ้าสามตัวนี้เหงื่อแตก ไม่เข้าใจว่าเจ้าอาวาสจะทำอะไร? หรือว่าคนกับสัตว์ได้รับการดูแลต่างกัน? คนกินอิ่ม สัตว์ต้องหิว?
ขณะเจ้าสามตัวนี้กำลังไม่สบายท้องอยู่นั้น อีกด้านเปิดฝาหม้อแล้ว กลิ่นหอมข้าวผลึกอบอวล ลวงให้เกิดเสียงร้องจ๊อก
เด็กแดงได้ยินดังนั้นก็แสยะยิ้ม กระโดดขึ้นไปบนฐานเตา สูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยลากเสียงยาว “จึ๊ๆ…สมกับเป็นข้าวผลึกจากเขาคุนหลุน กลิ่นไม่เลว ฮ่าๆ”
หมาป่าเดียวดาย ลิงและกระรอกมองฟางเจิ้ง พวกมันหิวจริงๆ!
ช่วยไม่ได้ ฟางเจิ้งยังคงทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่พูดกับเด็กแดงว่า “ศิษย์ ถ้านายชอบก็รีบกินเถอะ อาตมาอยากรู้ว่านายจะกินข้าวผลึกนี่หมดไหม ถ้ากินไม่