ีความโกรธเหมือนกัน มิหนำซ้ำ เดิมทีวันนี้ฟางเจิ้งไม่พอใจกับเรื่องของกวนผิงอยู่แล้ว จึงอาศัยโอกาสนี้ระบายไปพร้อมๆ กัน!
เด็กแดงร้องโอดครวญ ทำเอาหมาป่าเดียวดาย ลิงและกระรอกต่างวิ่งเข้ามาดูใกล้ๆ
พอเห็นเด็กน้อยนั่งอยู่ตรงประตูอุโบสถ ร้องไห้โฮเสียงดังสะเทือนกรอบประตูจนสั่นกึกๆ เจ้าสัตว์สามตัวนี้มองตากัน ต่างไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่พวกมันรู้อยู่บ้างว่าเด็กนี่ยั่วโมโหเจ้าอาวาส ดูจากท่าทางคงจะซวยแล้ว
ดังนั้นเจ้าสามตัวนี้จึงนั่งยองลง คอยมองพลางหัวเราะ
เด็กแดงชำเลืองตามองเจ้าสามตัวนี้ เพลิงโทสะในใจพุ่งพรวดกว่าเดิม ขยะสามตัวที่เทียบไม่ได้กับภูตกล้าหัวเราะเขา? เขาตัดสินใจแล้วว่าเย็นนี้จะกินสมองลิงนึ่ง เนื้อหมาผัดน้ำแดง แล้วก็ซุปตุ๋นกระรอก! ก่อนจะชำเลืองตามองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง วินาทีที่จะแสดงความเกรี้ยวกราดนั้น ความเจ็บปวดกลับทวีคูณขึ้น! เขาร้องเสียงดัง ก่อนจะล้มเลิกความคิดไป ไม่กล้าแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมาฟางเจิ้งลดสองมือลง สะบัดแขนพลางว่า “เสแสร้งมากไม่ได้จริงๆ วางท่าซะเมื่อยแขนไปหมด เฮ้อ…”
พูดจบฟางเจิ้งก็เดินไปหลังลาน เตรียมไปกินข้าว
ส่วนเด็กแดงตาเหลือก นอนบนพื้นน้ำลายฟูมปาก แน่นิ่งไป ลิงถามฟางเจิ้งด้วยความกังวล “เจ้าอาวาส จะทำยังไงกับเด็กนี่?”
“ลากมา” ฟางเจิ้งตอบ
ลิงพลันวิ่งเข้าไปอย่างว่าง่าย แบกเด็กซนไปถึงหลังลาน ฟางเจิ้งไม่สนใจเขา ปล่อยให้นอนอยู่บนพื้น ถึงอย่างไรอากาศก็อบอุ่นแล้ว มิหนำซ้ำยังเป็นป