นัยน์ตากวนผิงฉายแววผิดหวัง
“คุณกวน เถ้าแก่ให้ผมมารับครับ พวกเราจองงานเลี้ยงที่ดีที่สุดของโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองเฮยซานแล้วครับ” ผู้ชายเปิดประตูให้กวนผิงแล้วเอ่ยด้วยความนอบน้อม
กวนผิงอยากปฏิเสธมาก แต่มองรถหรูกับเฮลิคอปเตอร์แล้ว สุดท้ายกัดฟันพยักหน้าตอบตกลง
นี่เป็นครั้งแรกที่กวนผิงรับคำเชิญงานเลี้ยงจากเถ้าแก่จาง และเป็นครั้งแรกที่เข้าใจว่าอะไรคือลุ่มหลงในความฟุ้งเฟ้อ อะไรเรียกว่าทีแรกหงิมๆ แต่พอแสดงตนกลับยิ่งใหญ่! เธอเห็นใบหน้าคุ้นตาเล็กน้อย ตอนที่เธอขึ้นลงเฮลิคอปเตอร์ ทุกคนต่างอิจฉา! เธอพบว่าแม้เธอจะบอกอยู่ในใจมาตลอดว่าตนอยากมีชีวิตใสสะอาด ทว่าเธอชอบความรู้สึกนี้จริงๆ! รู้สึกราวกับราชินี…
ยุ่งอยู่ช่วงเช้า ฟางเจิ้งเติมน้ำเต็มตาข้าว ข้าวผลึกโตจนขนาดเท่านิ้วมือแล้ว ต้นกล้าหนา มองปราดเดียวเป็นพวกไม่กลัวลมฝน เห็นดังนั้นเขามีความสุขในใจ ถ้าเก็บเกี่ยวจะต้องได้กินทุกวันจนขยับไม่ได้แน่ และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องแล้ว
คิดได้ดังนั้นจึงฮัมเพลงกลับวัดเอกดรรชนี
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน สิ่งที่ฟางเจิ้งกังวลคือสามสี่วันนี้เป็นวันฟ้าใสติดต่อกัน! ดวงตะวันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิสูงขึ้น
ตอนเที่ยงของวันนี้ ฟางเจิ้งเพิ่งกินข้าวเสร็จ นั่งอยู่ในอุโบสถเตรียมสวดมนต์ แต่มีร่างเงาคุ้นเคยเดินเข้ามาในอุโบสถ มองเขาพลางว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉันมาอีกแล้ว”
ฟางเจิ้งมองผู้หญิงตรงหน้า มองแวบแรกยังจำไม่ได้ พอมองดีๆ นั่น