่ฆ่า ไม่ฆ่าก็คือฆ่า สุดท้ายหมื่นความชั่วต้องรับกรรม ไม่ใช่ไม่ได้รับ แค่ยังไม่ถึงเวลา”
ฟางเจิ้งพูดจบก็อุ้มเหมิงเหมิงไว้ในอ้อมกอดแล้วตบหัวหมาป่าเดียวดาย “ไปเถอะ”
ครั้งนี้ฟางเจิ้งกับหมาป่าเดียวดายไม่ได้กลับทางเดิม แต่เดินออกจากทุ่งนาตรงไปยังภูเขาเอกดรรชนี
ฟางเจิ้งเพิ่งเดินไปก็มีรถกระบะคันหนึ่งแล่นผ่านมา
เจียงเยี่ยขับรถช้าด้วยความเศร้า ข้างหลังมีรถตำรวจตามมาคันหนึ่ง ยิ่งคิดยิ่งไม่สบอารมณ์ ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ถ้าไม่ใช่เพราะหมาตัวใหญ่สีขาวสมควรตายกับหลวงจีนนั่นเขาจะเป็นแบบนี้หรือ? เขาจะขับรถเร็วหรือ? เขาจะถูกจับไหม? จะถูกยึดใบขับขี่และยังต้องเสี่ยงโดนเพิกถอนใบขับขี่หรือไม่!
แต่รถตำรวจแซงหน้ารถเขาไปจอด ก่อนวิ่งลงไปดูสถานการณ์
เจี่ยงเยี่ยเห็นแบบนั้นก็วิ่งลงไปถาม “เป็นยังไงบ้างครับ?”
ตำรวจตรวจสภาพของสองคน ตามด้วยส่ายหน้า “ตายแล้ว ดูจากสถานการณ์ รถจักรยานยนต์เหิน ความเร็วไม่ช้ากว่าคุณตอนแรกเท่าไรเลย ไม่อย่างนั้นรถจักรยานยนต์ไม่ชนจนมีสภาพแบบนี้หรอก”
เจียงเยี่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนเหงื่อแตก เมื่อครู่ยังโกรธที่ถูกตำรวจจับ ตอนนี้มองสองคนตรงหน้าพลันไม่เหลือความโกรธใดๆ แอบคิดว่าโชคดีที่ตนลดความเร็วลง ไม่อย่างนั้นถ้าเขา…แค่คิดเจียงเยี่ยก็ขนลุกไปทั้งตัว แอบตะโกนดีใจภายในใจ
ตำรวจบันทึกสภาพการณ์ไว้ ทั้งยังเริ่มรายงาน ส่งรูปถ่ายไป…
ขณะเดียวกันหมู่บ้านภูเขาถง บ้านสกุลลวี่เหลียง
“หน้าตาแบบนี้เหรอ?” ลวี่ฮุยหย